..เคล็ดลับความสุขและสุขภาพ..

Archive for the ‘บทความพิเศษ’ Category

amooor_1024คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปรารถนาที่จะมีตีนกาอยู่บนใบหน้าเป็นแน่ แต่เพราะตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เรื่องของริ้วรอยเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้!! อยากให้ริ้วรอยลดเลือนลงไป แถมมีกระดูกที่แข็งแรง และมีพลังมากกว่านี้บ้างมั้ยล่ะ ลองเติมสุดยอดอาหารเหล่านี้ลงในเมนูของคุณดูสิ… สดใสดูอ่อนกว่าวัย Stay looking young
เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เพียงอย่างน้อย 1 อย่าง เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยให้เส้นผมดำขลับ เงางาม ผิวพรรณผุดผ่องและดวงตาเป็นประกาย

1. บลูเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanin) สารเม็ดสีในบลูเบอร์รี่ ช่วยในการมองเห็น ขอแนะนำให้คุณลอง ปั่นบลูเบอร์รี่รวมกับนมหรือโยเกิร์ตดู
2. พริกหยวก : ทั้งพริกแดง พริกเขียว และพริกเหลืองต่างมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย น้ำฉ่ำๆ จากพริกหยวกยังจะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรง ลองนำพริกไปทำซัลซ่า โดยผสมเข้ากับมะเขือเทศ กระเทียม พริกแดง แตงกว่า น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวดูสิ นอกจากจะได้ประโยชน์มหาศาลจากเหล่าสุดยอดอาหารแล้ว ยังได้อร่อยกับเมนูเด็ดจากฝีมือของคุณเองอีก
3. กะหล่ำปลี : เห็นเขียวๆ ม่วงๆ อย่างนี้รู้มั้ยว่ากะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซีและเบตาแคโรทีนที่จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณ เพียงหั่นกะหล่ำปลีบางๆ แล้วนำลงไปผัดกับขิงและกระเทียม เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารมื้อค่ำสำหรับตัวคุณเองแล้ว
4. วอลนัท : ทองแดงในวอลนัทช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร ลองโรยวอล นัทลงบนสลัดหรือโยเกิร์ตก็ไม่เลวนะ
5. แอปริคอท : สารเบตาแคโรทีนในแอปริคอทช่วยชะลอการเสื่อมถอยของเลนส์ตา ช่วยในการมองเห็นได้ดี ใส่แอปริคอทลงไปในสตูว์ไก่ ผสมกับขิงและอบเชยให้ได้กลิ่นอายแบบโมร็อคโค
6. อะโวคาโด : การรับประทานอะโวคาโดช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และปกป้องผิวจากอันตรายที่เกิดจากแสงแดด เนื่องจากอะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอี บดอะโวคาโดโรยหน้าโอ๊ตเค้กเป็นของทานเล่นดูก็ได้
7. สตรอเบอร์รี่ : วิตามินซีและ สารบางอย่างในสตรอเบอร์รี่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือด ผลไม้สีแดงสดทรงเสน่ห์แบบนี้ เพียงแช่เย็นไว้จิ้มกินกับเกลือตอนนั่งดูทีวีก็เพลินดีไม่น้อย
8. เต้าหู้ : หยุดยั้งผิวที่ซีดและแห้งโดยการรับประทานอาหารอย่าง เต้าหู้ เพราะในเต้าหู้มีสารที่จะช่วยคืนสภาพผิวและป้องกันรอยเหี่ยวย่น ลองผัดรวมกับผักกรอบๆ หรือทำเป็นต้มจืดเอาไว้ทานเป็นมื้อเย็นนอกจากจะช่วยคืนสภาพผิวแล้ว ยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
9. ข้าวโอ๊ต : เต็มไปด้วยเส้นใยที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยลดอาการตึงเครียด จึงทำให้รอยเหี่ยวย่นน้อยลง เพียง โรยข้าวโอ๊ตลงบนมูสลี่ หรือนมอุ่นๆ ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยแค่นี้ก็ทานได้แล้ว กระชุ่มกระชวยเหมือนแรกสาว Stay feeling young
10. กระเทียม : สมุนไพรกลิ่นแรงอย่างกระเทียมมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย ล้างพิษ และป้องกันไวรัส จากโรคภัยไข้เจ็บ ตั้งแต่ไข้หวัดไปจนถึงมะเร็ง อาหารไทยส่วนใหญ่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว
11. แครนเบอร์รี่ : ผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่ายังช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้ชะงัดอีกด้วย อาจจะทำเป็นแยมไว้รับประทานกับขนมปังหรือทำเป็นซอสแครนเบอร์รี่ไว้ทาไก่หรือเนื้อย่างก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน
12. ลินสีด : ช่วยลดอาการเจ็บตามข้อต่อ เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ร่างกายใช้ในการสร้างฮอร์โมนที่มีคุณสมบัติป้องกันอาการอักเสบ ลองเติมลงในน้ำปั่นหรือโรยหน้าสลัดดูก็ได้นะ
13. กีวี : วิตามินซีและสารอาหารบางอย่างในกีวีช่วยในการไหลเวียนของออกซิเจน ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ เช่น โรคหืด หอบ หั่นกีวีเป็นลูกเต๋าเสียบไม้กับมะม่วงหรือกล้วย ทาด้วยน้ำผึ้ง แล้วนำไปย่าง อาจจะได้รสชาติแปลกใหม่ที่น่าลิ้มลอง
14. ลูกพลัม : อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมันซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์สมอง นำลูกพลัมไปเคี่ยวกับน้ำส้ม และโรยลงไปบนมูสลี่ หรือจะกินเล่น เป็นขนมขบเคี้ยวก็ไม่มีใครว่า
15. กล้วย : เป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม นอกจากกล้วยจะช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารแล้วยังช่วยลดอาการท้องผูก แค่ผสมเข้ากับนม น้ำผึ้ง และอัลมอนด์ ก็จะได้อาหารเช้าที่แสนอร่อย
16. ส้ม : การรับประทานส้มทั้งผลแทนการดื่มน้ำส้มจะช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ มิหนำซ้ำ วิตามินซีในส้มยังช่วยป้องกันและเยียวยาโรคหวัด นอกจากนี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายด้วย
17. ข้าวกล้อง : ฮอตฮิต อินเทรนด์กันอยู่พักใหญ่ เพราะอุดมไปด้วยแร่แมงกานีสที่จะช่วยให้พลังงานกับร่างกายโดยการให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย ใครที่ไม่ชอบสีจัดจ้านของข้าวกล้องก็สามารถหุงข้าวกล้องรวมกับข้าวสวยได้
18. มะเขือม่วง : เปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน (nasunin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้องสมองของคุณจากการถูกทำลาย เพื่อคงความฉลาดหลักแหลมของคุณไว้ ลองนำมะเขือม่วงไปทำแกง หรือรับประทานกับข้าวกล้องก็อร่อยไม่เบา
แข็งแรงได้ใจ Stay healthy!
จากการศึกษาพบว่า อะไรก็ตามที่คุณรับประทานเข้าไป มีโอกาสที่จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ดีขึ้นได้ เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ เพื่อให้อัตราการเสี่ยงของคุณลดน้อยลง ลองอาหารพวกนี้ดูสิ
19. ลูกพรุน : โพแทสเซียมในลูกพรุนช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือดและลดระดับความดันเลือด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหัวใจ เสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตหรือกินเล่นเป็นของว่างก็ดี
20. คะน้า : ช่วยให้ตับของคุณผลิตเอ็นไซม์ในการต่อต้านมะเร็ง เมื่อคุณเคี้ยวคะน้า จากการวิจัยพบว่า สามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ ฮืม…ม เลือกผัดคะน้าปลาเค็ม เป็นเมนูมื้อกลางวันดีกว่า (อ้อ อย่าลืมทุบกระเทียมลงไปด้วยนะ)
21. ผักโขม : คุณจะได้รับแคลเซียมจากผักโขม ในขณะเดียวกันก็มีแมกนีเซียมที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดี การรับประทานใบอ่อนของผักโขมในสลัด จะช่วยให้ป้องกันโรคกระดูกเปราะและหักง่ายเนื่องจากขาดแคลเซียม
22. ราสเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในราสเบอร์รี่สามารถยับยั้งการเกิดเนื้อร้ายได้ ลองนำราสเบอร์รี่ไปราดด้วยช็อกโกแลตเหลวแล้วไปแช่เย็นดูสิ
23. ถั่วงอก : สารประกอบ ที่พบในถั่วงอก สามารถช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ถั่วงอกยังประกอบด้วยสารอาหารในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยเรื่องโรคเล็กๆ น้อยๆ ของสตรีในวัยหมดประจำเดือน ถั่วงอกผัดกับเต้าหู้ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยไม่เบา
24. บล็อคโคลี่ : การรับประทานบล็อคโคลี่เป็นประจำ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 20% และยังมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย ลวกใส่ในสลัด หรือผัดกับกุ้งสดก็ไม่เลว
25. บีทรูท : เนื้อของบีทรูทอุดมไปด้วยเบต้าไซยานิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านมะเร็ง รับประทานโดยการนำไปตุ๋นหรือย่าง
26. องุ่นแดง : จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดเลือดจับตัวเป็นก้อน และดักจับไขมันในเลือดที่จะเป็นอันตรายต่อเส้นเลือดแดงของคุณ ใส่องุ่นแดงลงในสลัดหรือดื่มไวน์แดงสักแก้วระหว่างมื้อค่ำ
27. ปลาที่มีไขมัน : แซลมอน หรือเนื้อปลาชนิดอื่นๆ ที่มีไขมันปนอยู่บ้างนั้น สามารถช่วยปกป้องคุณจากโรคภัยไข้เจ็บมากมาย อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลายังช่วยในเรื่องของสมอง ว่ากันว่าให้เด็กๆ กินปลาแล้วจะฉลาด ปลานึ่ง ปลาย่างราดซอสอร่อยๆ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดี
28. มะเขือเทศ : สารไลโคพีนี (lycopene) ในมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญช่วยให้ผิวสวยอย่าบอกใครเลยเชียวล่ะ เลือกเอาเลยว่าคุณอยากจะใส่มะเขือเทศลงในอาหารอะไรบ้าง
29. หัวหอม : หัวหอมที่มีกลิ่นไม่หอมเหมือนชื่อนี้จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ซอยเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ในไข่เจียว หรือซอยใส่อาหารประเภทยำช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีทีเดียว

sgfhคนสมัยนี้เป็นอะไรนิดหน่อยก็ชอบกินยา แถมยังเชื่อผิดๆว่า อยากมีสุขภาพดีชีวิตยืนยาว ต้องโด๊ปอาหารเสริม และวิตามินเยอะๆ เจ้าแม่วงการอาหารเมืองไทย “คุณหรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์” ยืนยันจากประสบการณ์ทั้งชีวิตว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรจะมหัศจรรย์เท่ากับสมุนไพรไทย…เชื่อคุณหรีด!! ทั้งราคาถูก ปลูก เองก็ง่าย และเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ต้านโรคภัยได้สารพัดนึก

โรคมะเร็ง

ถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับสาม รองจากโรคหัวใจ และอุบัติเหตุ เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์, ความบกพร่องทางพันธุกรรม, สิ่งแวดล้อม, อาหาร รวมถึงความเครียด และการใช้ ชีวิตเร่งรีบของคนเมือง “มะเร็ง” กลัวสมุนไพรไทย อยู่หลายตัวค่ะ เพราะมีสารอาหารต้านโรคร้ายได้น่าทึ่ง ใครอยากห่างไกลมะเร็ง แนะนำให้ทาน กระเทียม และผักจำพวกหอม ซึ่งอุดมด้วยซัลเฟอร์ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานมะเร็งโดยธรรมชาติ ขณะที่ ผักจำพวกกะหล่ำปลี มีสารต้านทานมะเร็งในลำไส้ และช่วยต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วน ขมิ้นขาวและขมิ้นชัน นอกจากจะมีสรรพคุณขับลมในลำไส้แล้ว ยังมีสารช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ด้วย สำหรับสาวๆควรทาน ผลไม้จำพวกส้ม เป็นประจำ เพราะช่วยล้างสารก่อมะเร็ง และยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม

แพทย์ทางเลือกยังได้ค้นพบความมหัศจรรย์ของ มะรุม สมุนไพรไทยแท้ๆ ว่ากันว่า หากทานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โดยคนเฒ่าคนแก่นิยมกินมะรุมช่วงต้นฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่ฝักมะรุมหาได้ง่าย วิธีทานมีทั้งการนำช่อดอกมะรุมไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก หรือนำยอดมะรุม, ใบอ่อน, ช่อดอก และฝักอ่อนมาลวก หรือต้มให้สุก จิ้มทานกับน้ำพริก หรือจะใช้ยอดอ่อนและช่อดอกทำแกงส้ม ก็อร่อยดี มีประโยชน์ ยังมีการวิจัยด้วยว่า คนที่ทำคีโมรักษามะเร็งควรดื่มน้ำมะรุม ช่วยลดอาการแพ้รังสีได้ดี

โรคเบาหวาน

คนอ้วน คือกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน อาการบ่งชี้ ได้แก่ มีปริมาณกลูโคสในเลือดสูง เนื่องจากความผิดปกติในการทำงานของอินซูลิน, ปัสสาวะบ่อย, กระหายน้ำรุนแรง, น้ำหนักลด, อ่อนเพลีย, อยากอาหารมากกว่าปกติ, ติดเชื้อง่าย, มีอาการแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคไต และมีปัญหาทางสายตา การรักษาโรคเบาหวานอย่างได้ผล ต้องทำควบคู่กับการวางแผนทางโภชนาการค่ะ โดยสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ต้านเบาหวาน มีอาทิ มะแว้งเครือ และมะแว้งต้น ช่วยรักษาโรคเบาหวาน, บำรุงเลือด และขับปัสสาวะ รวมทั้งรักษาโรคไต ฟักทอง ช่วยป้องกันมะเร็งในปอด, ป้องกันเบาหวาน และคุมน้ำตาลในเลือด ตำลึง มีสรรพคุณเป็นยาดับพิษภายในร่างกาย, ลดอาการไข้ และเป็นยาระบายอ่อนๆ ผลดิบของตำลึงนำมาปรุงเป็นอาหารช่วยรักษาเบาหวานได้ ผักบุ้ง ไม่ได้ทำให้ตาหวานอย่างเดียว แต่ยังบำรุงกระดูก, ลดไข้และแก้เบาหวาน ส่วน มะระขี้นก เชื่อว่าช่วยบำรุงน้ำดี, แก้โรคตับอักเสบ และป้องกันโรคเบาหวาน แม้แต่ มะรุม ก็มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน

โรคอ้วน

คนอ้วนมีความเสี่ยงเป็นโรคสารพัด ทั้งเบา-หวาน, มะเร็ง, ความดันโลหิตสูง, หัวใจ และโรคข้ออักเสบ การลดน้ำหนักที่ได้ผลที่สุดสำหรับคนอ้วน คือ ต้องทำค่อยเป็นค่อยไป นอกจากจะจำกัดปริมาณอาหาร, หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้ว การเลือกทานสมุน ไพรเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์พิชิตโรคอ้วน ควรทาน แมงลัก เพื่อช่วยดูดซึมน้ำตาลในเส้นเลือด ทำให้ขับถ่ายสะดวก และลดน้ำหนักได้หลายกิโล ส่วน กระเจี๊ยบมอญ ลดความดันโลหิต, รักษาโรคกระเพาะ และเป็นยาระบายชั้นดี แตงโม เป็นยาระบายอ่อนๆ น้ำแตงโมปั่นยังช่วยล้างลำไส้และกระเพาะอาหาร มะละกอ ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาระบาย และ มะม่วงสุก ระบายของเสียภายในได้ดี ช่วยแก้อ่อนเพลีย

โรคเครียด

ความเครียดถือเป็นตัวการให้เกิดโรคร้ายนับไม่ถ้วน ยิ่งภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ บอกได้คำเดียวว่า ใครไม่เครียดก็บ้าแล้ว!! สมุนไพรไทยที่ช่วยลดความเครียดและทำให้ นอนหลับสบาย คือ สายบัว ช่วยลดอาการเกร็งของลำไส้ และกระเพาะลดความ เครียดทางสมอง กะหล่ำปลี ช่วยลดความเครียด มีสารต้านทานมะเร็งในลำไส้ ขี้เหล็ก แก้นิ่วในไต ทำลายเชื้อมะเร็ง เป็นยานอนหลับชั้นดี ใบบัวบก แก้ร้อนใน ทำให้ความจำดี ช่วยลดความเครียด ฟ้าทะลายโจร แก้อาการปวดหัวแบบไม่มีสาเหตุ มะนาวมะกรูด ช่วยให้ นอนหลับ บรรเทาอาการอาหารไม่ ย่อย และ พริกไทย ทำให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยลดเครียดได้ผลดี

โรคภูมิแพ้

เป็นโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิไวเกินไปต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งคนปกติอาจไม่มีปฏิกิริยานี้เกิดขึ้น คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ มีทั้งแพ้ฝุ่น, ตัวไรฝุ่น, เชื้อราในอากาศ, อาหาร, ขนสัตว์, เกสรดอกไม้ อาการมีได้หลายแบบ ตั้งแต่น้ำมูกไหล, จาม, โพรงจมูกอักเสบ, เยื่อบุตาอักเสบ, หลอดลมอักเสบ, หอบหืด และเกิดผื่นคันที่ผิวหนัง การต่อสู้กับโรคภูมิแพ้ จะต้องเพิ่มภูมิคุ้นกันให้ร่างกาย โดยสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณด้านนี้ ต้องยกให้ กะหล่ำดอก บำรุงภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และป้องกันโรคมะเร็งเต้านม ขณะที่ ขึ้นฉ่าย มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร, เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย, บำรุงไตให้แข็งแรง ถ้านำมาปั่นกับแครอท ผสมน้ำส้มดื่มทุกเช้า จะช่วยให้สุขภาพดีเหลือเชื่อ

เอ้าใครอยากฉลาดมาทางนี้วันนี้เรามี 6 วิธีเด็ดๆที่จะช่วยให้สมองของเราพัฒนา IQ ขึ้นไปอีกมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีอันไหนกันบ้าง

1. ช็อกโกแลตช่วยได้graphic0037

ดื่มช็อกโกแลตร้อนๆ แล้วคุณอาจรู้สึกกระปรี้กระเปร่าราวกับได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วเดิมมาเป็นช็อกโกแลตหอมกรุ่น จะช่วยให้สมองมีพลังวังชาขบคิดปัญหาเครียสๆ แบบผู้ใหญ่ได้ดีทีเดียว นักวิจัยมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมพบว่า สารฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในช็อกโกแลตที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองใด้นานถึง 3 ชั่วโมง นพ.เอียน แมคโดนัลด์ หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่าข้อดีของช็อกโกแลตคือ ช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองในช่วงที่การรับรู้ของคนเราจะแย่ลง เช่น ในขณะที่เหนื่อยล้าหรือนอนน้อย ยิ่งถ้าเป็นดาร์คช็อกโกแลตก็จะยิ่งมีฟลาโวนอยด์เข้มข้นขึ้น ลองซดช็อกโกแลตอุ่นๆ สักแก้วก่อนเข้าประชุม 10 โมงเช้ารับรองว่าสมองคุณจะแล่นปรู๊ดปร๊าดเลยเชียวล่ะ

2. ดนตรีกล่อมสมอง

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาลเป็นคนชอบกลนัก” ก็ขนาดคนใช้สมองเยอะๆ อย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือนักศึกษาปริญญาเอกยังนิยมฟังเพลงกันเลย ปัญญาชนเหล่านี้บอกว่าฟังเพลงคลาสสิกของบีโทเฟนแล้วทำให้สมองผ่อนคลายได้ ทว่าผลการศึกษาครั้งใหม่กลับพบว่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิกอย่างโมสาร์ตหรือเฮฟวีเมทัลกระแทกหูอย่างวงสอเตอร์เฮดก็เพิ่มพลังให้สมองได้ทั้งนั้น สถาบัน วอทยาศาสตร์แห่งนิวยอร์กหรือ NYAS (New York Academy of Sciences) พบว่า การฟังดนตรีสุดโปรดไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ตาม ล้วนส่งผลเชิงบวกต่อการรับรู้ ขณะที่วารสาร Nature รายงานว่า ถ้าให้ผู้เข้าทดสอบฟังเพลง 10 นาทีก่อนทำแบบทดสอบ พวกเขาจะทำคะแนนได้ดีขึ้น เห็นได้ชัดว่าดนครีมีส่วนอย่างมากต่อการเพิ่มระดับไอคิว ทีนี้คุณก็มีข้ออ้างในการควักกระเป๋าลงทุนกับเครื่องเสียงแจ่มๆ ที่ไพเราะเสนาะหูแล้วสิ

3. นั่งให้ปลอดโปร่ง

คุณเคยเป็นแบบนี้บ้างไหม ยิ่งนั่งจมปลักอยู่บนเก้าอี้ทำงานนานๆ สมองยิ่งตีบตันคิดอะไรไม่ค่อยออกเคล็ดลับหนึ่งที่ช่วยให้สมองโปร่งโล่งสบายคือ การนั่งเก้าอี้แสนสบาย ผลการศึกษาครั้งใหม่ระบุว่า เก้าอี้นั่งที่ไม่ค่อยสบายอาจทำให้ความคิดของคุณโดนปิดกั้นไปด้วย ผลการศึกษาที่มหาวิทยาลัยลันด์ในสวีเดนระบุว่า คนส่วนใหญ่ต้องเจอปัญหาเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอซึ่งเป็นผลจากการนั่งผิดท่า การบีบอัดกระดูกสันหลังด้วยการนั่งหลังค่อมขณะใช้แป่นคีย์บอร์ดจะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหดตัว ผลคือสมองคุณจะขาดออกซิเจน ดังนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานดีๆ สักตัวที่ช่วยให้คุณนั่งยืดหลังตรงได้ขณะทำงาน จึงสำคัญพอๆ กับงานบนหน้าจอของคุณเลยก็ว่าได้

4. พลังจากเนื้อ

ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์ถ้ำหรือมนุษย์ทำงานจอมแกร่งกองทับต้องเดินด้วยท้องอยู่วันยังค่ำ คุณย่อมไม่มีเรี่ยวแรงพอนัใส่เกียร์ห้าหนีเสือป่าที่จ้องจะขย้ำคอหรือเคาะตัวเลขในรายงานการขายให้สวยหรูได้แน่ถ้าท้องคุณร้องโครกครากดังเซ็งแซ่แบบนี้ การหม่ำเบอร์เกอร์ดีๆ เติมกระเพาะและพลังงานให้สมองย่อมช่วยได้ ซีโมน พาร์กินสัน นักโภชนาการ แนะนำว่า “เนื้อลูกแกะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 ซึ่งดีต่อการฟื้นฟูสมองที่อ่อนล้าให้กลับมากระปรี้กระเปร่า และถ้าได้แซมไข่แดงลงไปในเบอร์เกอร์ คุณจะได้โคลีนไปเสริมสร้างการรับรู้ของสมอง ส่วนผักต่างๆ จะช่วยป้องกัยการเกิดภาวะเครียสจากการที่ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป”

5. กินหนึ่งได้ถึงสอง

บางคนที่ไปยิมนอกจากจะเวิร์กเอาต์ให้ได้รูปร่างสมส่วน ยังอาจกินอาหารเสริมควบคู่กันไปเพื่อบำรุงกล้ามเนื้อ สำหรับใครที่เลือกอาหารเสริมเป็นครีเอทีนขอบอกว่าคุณตาแหลมมาก เพราะผลการศึดษาครั้งใหม่พบว่า ครีเอทีนไม่ใช่แค่ดีกับกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อสมองของคุณ เพราะทั้งช่วยเสริมสร้างสมาธิและความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและตัวเลขต่างๆ พญ.แคโรไลน์ เร จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกว่า “อาหารเสริมชนิดนี้เพิ่มพลังให้สมองสามารถรับมือกับงานด้านการคำนวณ ตลอดจนกระบวนการคิดต่างๆ ให้ดีขึ้น” อาหารเสริมในรูปแคปซูลจะมีปริมาณครีเอทีนต่อหน่วยน้ำหนักมากกว่าแหล่งอื่นๆ ดังนั้นพกแคปซูลครีเอทีนติดตัวไปกินตอนเวิร์กเอาต์ช่วงเที่ยงก็เข้าท่าดี เพราะนอกจากจะทำให้สมองปราดเปรื่องแล้วยังทำให้กล้ามคมโตสมใจอีกต่างหาก

6. หลับฟื้นความจำ

นี่คงเป็นข่าวดีสำหรับคนชอบนอน เพราะการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอทำให้คุณฉลาดขึ้น ผลการศึกษาร่วมระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย พบว่า การนอนหลับพักผ่อนช่วยกระตุ้นให้คุณดึงความทรงจะในเรื่องที่พึ่งเรียนรู้ไปไม่นานกลับคืนมาได้ แม้ว่าความทรงจำนั้นจะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลใหม่ๆ ไปแล้วหลายชั่วโมงก็ตาม นพ.เจฟฟรีย์ เอลเลนโบเกน หัวหน้สทีมวิจัย บอกว่า “นี่แสดงให้เห็นว่า การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงช่วยปกป้องความจำแต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเก็บรวบรวมความทรงจำเข้าด้วยกันอีกด้วยครับ” พูดง่ายๆ คือ ความทรงจำในสมองไม่แตกแถวนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า หมอนก็มีผลต่อการนอนเช่นกัน เพราะหมอนที่รองรับสรีระร่างกายในขณะที่หลับได้ดี จะช่วยลดปัญหาการหายใจซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการหลับที่ต่อเนื่องยาวนาน ใครที่อยากนอนหลับสนิทและตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความสดชื่นสมองแจ่มใส เห็นทีต้องลองใช้หมอนเมโมรีโฟม (Memory Foam) ซึ่งทำจากวัสดุเมโมรีโฟมที่ผ่านกระบวนย่อยเป็นปุยๆ ชิ้นเล็กๆ เสมือนเส้นใยไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติอ่อนนุ่มและแน่น

1. the United Nations Organization , praise give , day Visakha , be important universal day in the United Nations is , ”  important worldly day is ” ( Vesak Day )

 visakha 
2. the important day very much of the Buddhism , because of , be on (day) Buddha gives birth to , be day enlighten , and day proceed switch off nirvana bowl , which , both of 3 the events has happened same in the full-moon day goes up 15 evening , month 6 that is to say
 

for the first time , be , day give birth to , of Chinese pagoda god , who later get become a priest , and practice persist until enlighten a monk comes to the Buddha , at , Lumpini Park is day , which , stay between underground hiding greedy bill fresh place with the capital city pours the Thailand Institute of Scientific and Technological , ( , now stay in a city reaches not abundantly , the country throws ) , on morning Friday , go up 15 evening , month 6 the year of the dog , before 80 Buddhist eras year , ( , year the Buddhist era , begin since , the Lord Buddha proceeds the nirvana )

for the second time , be , day enlighten , of Buddha , at , great time court official Tumbol is colony , Bihar , ( , now at Buddha medicine city , the region the monastery , the Republic of India is ) , on Wednesday go up 15 evening , month 6 the year of the cock , before 45 Buddhist eras year

time third , be , day the nirvana , at , swell out good beg for pure , a city lies fungus farm , the region vacates , ( , now stay in the urban area lies a color , the region the country , the Republic of India is ) , when , Tuesday , go up 15 evening , month 6 the year of the small snake , total up total the age has 80 year , before 1 Buddhist era year
1. องค์การสหประชาชาติ ยกย่องให้ วันวิสาขบูชา 
เป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติคือ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

2. เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งของพุทธศาสนา
เนื่องจากเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ เป็นวันตรัสรู้ และวันเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ซึ่งทั้ง ๓ เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นตรงกันในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ กล่าวคือ

Day3
 
  ครั้งแรก เป็น วันประสูติ
ของเจ้าสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ออกบวช
และบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สวนลุมพินีวัน
ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ
(ปัจจุบันอยู่ในเมืองลุมมินเด ประเทศเนปาล)
ในเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี
(ปีพุทธศักราช เริ่มนับตั้งแต่พระพุทธองค์เสด็จปรินิพพาน)

visakhabucha

ครั้งที่สอง

เป็น วันตรัสรู้
ของพระพุทธเจ้า ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ
(ปัจจุบันอยู่ที่เมืองพุทธคยา แคว้นพิหาร ประเทศอินเดีย)
ในวันพุธขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี

 

 

 

 


pic7
  
ครั้งที่สาม เป็น วันปรินิพพาน
 ณ สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์
เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ
(ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองกุสีนคระ
แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)
เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง
รวมสิริพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา
ก่อนพุทธศักราช ๑ ปี
          กล่าวกันว่า การบังเกิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มิใช่ภาวะที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
พระพุทธเจ้าได้ตรัสเล่าไว้ชัดเจนว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญเพียรสร้างบารมีมาแล้วถึง
๒๐ อสงไขยกับแสนกัป(นานมากจนนับไม่ถ้วน) ตลอดภพชาติอันยาวนานในอดีต
ทรงสะสมบารมีไว้ถึง ๑๐ ประการ เรียกว่า “ทศบารมี” อันได้แก่
ทาน ศีล เนกขัม (ตัดอาลัยจากครอบครัว และออกบวชประพฤติพรหมจรรย์)
ปัญญา (ศึกษาให้แจ้งทั้งทางโลกทางธรรม) วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน(ตั้งปณิธานแน่วแน่ที่จะทำดี)
เมตตาและอุเบกขา ซึ่งพระองค์ได้ทรงบำเพ็ญความดี รักษาความบริสุทธิ์ทั้งกาย
วาจาและใจเช่นนี้มาหลายภพหลายชาติจนชาติสุดท้ายก็คือ พระเวสสันดร ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

             ดังนั้น จึงมิใช่เรื่องง่ายที่คนเราทุกคนจะได้เกิดในยุคที่มีพระพุทธเจ้ามาโปรดสัตว์
อย่างไรก็ดี ในกัปนี้ (โบราณถือว่า โลกประลัยครั้งหนึ่งเป็นสิ้นกัปหนึ่ง แสดงว่านานมากทีเดียว)
จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้และโปรดสัตว์ ๕ พระองค์ โดยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่ ๔
คือ พระสมณโคดม (หรือเจ้าชายสิทธัตถะ) ส่วนองค์ต่อไปที่จะตรัสรู้และมาโปรดสัตว์ในอนาคต
คือ พระศรีอารยเมตไตรย (พระ-สี-อา-ระ-ยะ-เมด-ไต) ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “พระศรีอาริย์” (พระ-สี-อาน)
ซึ่งเราคงได้ยินผู้ใหญ่พูดถึงเสมอๆ สำหรับอีกสามพระองค์แรกคือ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ
พระพุทธเจ้าโกนาคมโน และพระพุทธเจ้ากัสสโป
      

08/05/52 นี้เป็นวันวิสาขบูชา อย่าลืมทำบุญเยอะๆนะครับimage00111111111111113

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง เป็นวันของพระพุทธเจ้า  ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี  คำว่า  วิสาขบูชา นั้น มาจากคำว่า วิสาขปุรณมีปูชา ในภาษาบาลี แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 เป็นวันคล้ายวันประสูติ  ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระพุทธองค์ ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์นั้น ได้เกิดขึ้นในวันเดียวกันและเดือนเดียวกัน แต่ต่างปีกัน

           

ประวัติและความเป็นมา

                ในวันเพ็ญเดือน 6 หรือ วันวิสาขบูชา ก่อนพุทธศก 80 ปี มีเจ้าชายพระองค์หนึ่ง พระนามว่าเจ้าชายสิทธัตถะได้ประสูติ ณ สวนลุมพินีวัน ระหว่างพรมแดนเมืองกบิลพัสดุ์และเมืองเทวทหะ พระบิดามีพระนามว่า พระเจ้าสุทโธทนะ ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองกบิลพัสดุ์  พระมารดามีพระนามว่า พระนางสิริมหามายา หลังจากที่พระองค์ประสูติได้ 7 วัน พระมารดาก็ทรงทิวงคต  ต่อมาพระองค์ได้รับการเลี้ยงดูจากพระนางปชาบดีโคตรมี ซึ่งเป็นพระมาตุจฉา(พระน้า)ของพระองค์ ต่อมาเมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 7 พรรษา พระบิดาทรงส่งพระองค์ไปศึกษาศิลปะวิทยากับครูวิศวามิตร ซึ่งเป็นครูผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้น

                เมื่อพระชนมายุได้ 16 พรรษา พระองค์ทรงทำการอภิเษกสมรสกับพระนางยโสธรา หรือ พระนางพิมพา ภายหลังจากการอภิเษกสมรสได้ 13 ปี ทรงมีพระโอรสพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า ราหุล ในวันหนึ่งขณะที่ทรงประพาสอุทยาน ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้ง 4 คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุที่ทำให้พระองค์ทรงตระหนักดีว่าชีวิตที่มีแต่ความสะดวกสบายไม่สามารถทำให้พระองค์พบกับความสุขที่แท้จริงของชีวิตได้ ต่อมา พระองค์ทรงออกผนวช ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา หลังจากออกผนวชแล้ว ได้เสด็จดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อแสวงหาสัจธรรมแห่งชีวิต

                เมื่อพระชนมายุได้ 35 ปี  ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ก็ทรงบรรลุพระอรหันตสัมมาสัมโพธิญาณ ซึ่งหมายความว่า พระองค์ได้ทรงค้นพบสัจธรรมแห่งชีวิต  ณ เวลานั้นเอง พระองค์ได้รับการขนานพระนามใหม่ว่า  พุทธะ  หมายถึง ผู้รู้  ผู้ตื่น  ผู้เบิกบาน ไม่นานหลังจากที่ทรงบรรลุธรรม พระองค์ก็เริ่มประกาศพระธรรมคำสอนเพื่อสวัสดิภาพแห่งมวลมนุษยชาติ  พระองค์ทรงประทานพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกมีชื่อว่า พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (พระสูตรที่ว่าด้วยการหมุนล้อพระธรรม) แก่พระปัญจวัคคีย์   หลังจากที่ทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบ โกณฑัญญะ ซึ่งเป็นหัวหน้าปัญจวัคคีย์ ได้ดวงตาเห็นธรรมและต่อมาก็ทูลขออุปสมบทจากพระพุทธองค์  พระองค์ได้ทรงประทานการอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกษุอุปสัมปทา (พระองค์ทรงประทานการอุปสมบทให้เอง) ซึ่งถือว่าเป็นพระภิกษุรูปแรกที่เกิดขึ้นในโลก ต่อจากนั้น พระองค์ก็เสด็จดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเผยแผ่หลักธรรมคำสอนเป็นระยะเวลาถึง 45 พรรษา โดยไม่มีวันหยุด และเมื่อพระชนมายุได้ 80 พรรษา ก็ทรงดับขันธปรินิพพานใต้ต้นสาละคู่ เมืองกุสินารา  แคว้นมัลละ ในวันเพ็ญเดือน 6

 วันวิสาขบูชาได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้

ในเดือนธันวาคมปีพุทธศักราช 2542 องค์การยูเนสโก้ ได้ประกาศให้วันวิสาขบูชา เป็นวันมรดกโลก เพื่อรำลึกนึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญ 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธองค์ และได้ยกย่องพระองค์ให้เป็นพระบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ดังนั้นชาวพุทธทั่วโลก จึงพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ในวันนี้ เพื่อรำลึกนึกถึงความมีพระเมตตาและพระกรุณาที่พระองค์ทรงมีต่อชาวโลก              

 

กิจกรรมที่พึงปฏิบัติในวันวิสาขบูชา

– ทำบุญตักบาตร  ฟังเทศน์   รักษาศีลห้าหรือศีลแปด (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของแต่ละท่าน)   ปฏิบัติธรรม  ร่วมพิธีเวียนเทียนรอบพุทธสถาน  บริจาคทานและเข้าร่วมกิจกรรมที่สำคัญอื่นๆ

หลักธรรมที่ควรถือปฏิบัติในวันวิสาขบูชา

– หลักอริยสัจ 4 และ หลักมรรคมีองค์ 8   ฯลฯ


มิถุนายน 2017
อา พฤ
« พ.ค.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

บทความประจำเดือน

Healthy Healthy Tips IQ the important day the important day is worldly Visakha การดื่มน้ำ การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ คนท้องมีเซ็กซ์ ความงาม ความสุข ความอ่อนเยาว์ ความเครียด ฉลาด ติดต่อผู้เขียน ทำให้หายเครียด ท้องมีเซ็กซ์ บทความเพื่อสุขภาพ ฝึกสมองให้เก่ง ฝึกสมองให้ไบรต์ พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พุทธประวัติ มีเซ็กซ์ ลดน้ำหนัก วันสำคัญ วันสำคัญของโลก วันสำคัญทางศาสนา วิธีคลายเครียด วิสาขบูชา สมุนไพร สมุนไพรไทย สายพันธุ์ H1N1 สุขภาพ อยากฉลาด อาหารบำรุงสุขภาพ อาหารบำรุงหัวใจ อาหารสมอง อาหารเพื่อสุขภาพ เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู เซ็กซ์ โรคภัยไข้เจ็บ โรคร้าย ไข้หวัดหมู ไข้หวัดเม็กชิโก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไอคิว

สถิติการเยี่ยมชม

  • 55,602 ครั้ง