<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>..เคล็ดลับความสุขและสุขภาพ..</title>
	<atom:link href="http://vee147.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://vee147.wordpress.com</link>
	<description>Welcome everyone to  happiness</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 May 2009 00:08:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='vee147.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>..เคล็ดลับความสุขและสุขภาพ..</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://vee147.wordpress.com/osd.xml" title="..เคล็ดลับความสุขและสุขภาพ.." />
	<atom:link rel='hub' href='http://vee147.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>&#8220;29 สุดยอดอาหาร คงความอ่อนเยาว์&#8221;</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/20/29-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/20/29-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 May 2009 00:08:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความอ่อนเยาว์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=242</guid>
		<description><![CDATA[คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปรารถนาที่จะมีตีนกาอยู่บนใบหน้าเป็นแน่ แต่เพราะตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เรื่องของริ้วรอยเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้!! อยากให้ริ้วรอยลดเลือนลงไป แถมมีกระดูกที่แข็งแรง และมีพลังมากกว่านี้บ้างมั้ยล่ะ ลองเติมสุดยอดอาหารเหล่านี้ลงในเมนูของคุณดูสิ&#8230; สดใสดูอ่อนกว่าวัย Stay looking young เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เพียงอย่างน้อย 1 อย่าง เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยให้เส้นผมดำขลับ เงางาม ผิวพรรณผุดผ่องและดวงตาเป็นประกาย 1. บลูเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanin) สารเม็ดสีในบลูเบอร์รี่ ช่วยในการมองเห็น ขอแนะนำให้คุณลอง ปั่นบลูเบอร์รี่รวมกับนมหรือโยเกิร์ตดู 2. พริกหยวก : ทั้งพริกแดง พริกเขียว และพริกเหลืองต่างมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย น้ำฉ่ำๆ จากพริกหยวกยังจะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรง ลองนำพริกไปทำซัลซ่า โดยผสมเข้ากับมะเขือเทศ กระเทียม พริกแดง แตงกว่า น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวดูสิ นอกจากจะได้ประโยชน์มหาศาลจากเหล่าสุดยอดอาหารแล้ว ยังได้อร่อยกับเมนูเด็ดจากฝีมือของคุณเองอีก 3. กะหล่ำปลี : เห็นเขียวๆ ม่วงๆ อย่างนี้รู้มั้ยว่ากะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซีและเบตาแคโรทีนที่จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณ เพียงหั่นกะหล่ำปลีบางๆ แล้วนำลงไปผัดกับขิงและกระเทียม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=242&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color:#ff6600;"><img class="alignleft size-full wp-image-243" title="amooor_1024" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/amooor_1024.jpg?w=243&#038;h=216" alt="amooor_1024" width="243" height="216" />คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปรารถนาที่จะมีตีนกาอยู่บนใบหน้าเป็นแน่ แต่เพราะตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เรื่องของริ้วรอยเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้!! อยากให้ริ้วรอยลดเลือนลงไป แถมมีกระดูกที่แข็งแรง และมีพลังมากกว่านี้บ้างมั้ยล่ะ ลองเติมสุดยอดอาหารเหล่านี้ลงในเมนูของคุณดูสิ&#8230; สดใสดูอ่อนกว่าวัย Stay looking young<br />
เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เพียงอย่างน้อย 1 อย่าง เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยให้เส้นผมดำขลับ เงางาม ผิวพรรณผุดผ่องและดวงตาเป็นประกาย</span><br />
1. บลูเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanin) สารเม็ดสีในบลูเบอร์รี่ ช่วยในการมองเห็น ขอแนะนำให้คุณลอง ปั่นบลูเบอร์รี่รวมกับนมหรือโยเกิร์ตดู<br />
2. พริกหยวก : ทั้งพริกแดง พริกเขียว และพริกเหลืองต่างมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย น้ำฉ่ำๆ จากพริกหยวกยังจะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรง ลองนำพริกไปทำซัลซ่า โดยผสมเข้ากับมะเขือเทศ กระเทียม พริกแดง แตงกว่า น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวดูสิ นอกจากจะได้ประโยชน์มหาศาลจากเหล่าสุดยอดอาหารแล้ว ยังได้อร่อยกับเมนูเด็ดจากฝีมือของคุณเองอีก<br />
3. กะหล่ำปลี : เห็นเขียวๆ ม่วงๆ อย่างนี้รู้มั้ยว่ากะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซีและเบตาแคโรทีนที่จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณ เพียงหั่นกะหล่ำปลีบางๆ แล้วนำลงไปผัดกับขิงและกระเทียม เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารมื้อค่ำสำหรับตัวคุณเองแล้ว<br />
4. วอลนัท : ทองแดงในวอลนัทช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร ลองโรยวอล นัทลงบนสลัดหรือโยเกิร์ตก็ไม่เลวนะ<br />
5. แอปริคอท : สารเบตาแคโรทีนในแอปริคอทช่วยชะลอการเสื่อมถอยของเลนส์ตา ช่วยในการมองเห็นได้ดี ใส่แอปริคอทลงไปในสตูว์ไก่ ผสมกับขิงและอบเชยให้ได้กลิ่นอายแบบโมร็อคโค<br />
6. อะโวคาโด : การรับประทานอะโวคาโดช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และปกป้องผิวจากอันตรายที่เกิดจากแสงแดด เนื่องจากอะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอี บดอะโวคาโดโรยหน้าโอ๊ตเค้กเป็นของทานเล่นดูก็ได้<br />
7. สตรอเบอร์รี่ : วิตามินซีและ สารบางอย่างในสตรอเบอร์รี่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือด ผลไม้สีแดงสดทรงเสน่ห์แบบนี้ เพียงแช่เย็นไว้จิ้มกินกับเกลือตอนนั่งดูทีวีก็เพลินดีไม่น้อย<br />
8. เต้าหู้ : หยุดยั้งผิวที่ซีดและแห้งโดยการรับประทานอาหารอย่าง เต้าหู้ เพราะในเต้าหู้มีสารที่จะช่วยคืนสภาพผิวและป้องกันรอยเหี่ยวย่น ลองผัดรวมกับผักกรอบๆ หรือทำเป็นต้มจืดเอาไว้ทานเป็นมื้อเย็นนอกจากจะช่วยคืนสภาพผิวแล้ว ยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี<br />
9. ข้าวโอ๊ต : เต็มไปด้วยเส้นใยที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยลดอาการตึงเครียด จึงทำให้รอยเหี่ยวย่นน้อยลง เพียง โรยข้าวโอ๊ตลงบนมูสลี่ หรือนมอุ่นๆ ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยแค่นี้ก็ทานได้แล้ว กระชุ่มกระชวยเหมือนแรกสาว Stay feeling young<br />
10. กระเทียม : สมุนไพรกลิ่นแรงอย่างกระเทียมมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย ล้างพิษ และป้องกันไวรัส จากโรคภัยไข้เจ็บ ตั้งแต่ไข้หวัดไปจนถึงมะเร็ง อาหารไทยส่วนใหญ่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว<br />
11. แครนเบอร์รี่ : ผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่ายังช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้ชะงัดอีกด้วย อาจจะทำเป็นแยมไว้รับประทานกับขนมปังหรือทำเป็นซอสแครนเบอร์รี่ไว้ทาไก่หรือเนื้อย่างก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน<br />
12. ลินสีด : ช่วยลดอาการเจ็บตามข้อต่อ เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ร่างกายใช้ในการสร้างฮอร์โมนที่มีคุณสมบัติป้องกันอาการอักเสบ ลองเติมลงในน้ำปั่นหรือโรยหน้าสลัดดูก็ได้นะ<br />
13. กีวี : วิตามินซีและสารอาหารบางอย่างในกีวีช่วยในการไหลเวียนของออกซิเจน ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ เช่น โรคหืด หอบ หั่นกีวีเป็นลูกเต๋าเสียบไม้กับมะม่วงหรือกล้วย ทาด้วยน้ำผึ้ง แล้วนำไปย่าง อาจจะได้รสชาติแปลกใหม่ที่น่าลิ้มลอง<br />
14. ลูกพลัม : อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมันซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์สมอง นำลูกพลัมไปเคี่ยวกับน้ำส้ม และโรยลงไปบนมูสลี่ หรือจะกินเล่น เป็นขนมขบเคี้ยวก็ไม่มีใครว่า<br />
15. กล้วย : เป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม นอกจากกล้วยจะช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารแล้วยังช่วยลดอาการท้องผูก แค่ผสมเข้ากับนม น้ำผึ้ง และอัลมอนด์ ก็จะได้อาหารเช้าที่แสนอร่อย<br />
16. ส้ม : การรับประทานส้มทั้งผลแทนการดื่มน้ำส้มจะช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ มิหนำซ้ำ วิตามินซีในส้มยังช่วยป้องกันและเยียวยาโรคหวัด นอกจากนี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายด้วย<br />
17. ข้าวกล้อง : ฮอตฮิต อินเทรนด์กันอยู่พักใหญ่ เพราะอุดมไปด้วยแร่แมงกานีสที่จะช่วยให้พลังงานกับร่างกายโดยการให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย ใครที่ไม่ชอบสีจัดจ้านของข้าวกล้องก็สามารถหุงข้าวกล้องรวมกับข้าวสวยได้<br />
18. มะเขือม่วง : เปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน (nasunin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้องสมองของคุณจากการถูกทำลาย เพื่อคงความฉลาดหลักแหลมของคุณไว้ ลองนำมะเขือม่วงไปทำแกง หรือรับประทานกับข้าวกล้องก็อร่อยไม่เบา<br />
แข็งแรงได้ใจ Stay healthy!<br />
จากการศึกษาพบว่า อะไรก็ตามที่คุณรับประทานเข้าไป มีโอกาสที่จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ดีขึ้นได้ เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ เพื่อให้อัตราการเสี่ยงของคุณลดน้อยลง ลองอาหารพวกนี้ดูสิ<br />
19. ลูกพรุน : โพแทสเซียมในลูกพรุนช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือดและลดระดับความดันเลือด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหัวใจ เสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตหรือกินเล่นเป็นของว่างก็ดี<br />
20. คะน้า : ช่วยให้ตับของคุณผลิตเอ็นไซม์ในการต่อต้านมะเร็ง เมื่อคุณเคี้ยวคะน้า จากการวิจัยพบว่า สามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ ฮืม&#8230;ม เลือกผัดคะน้าปลาเค็ม เป็นเมนูมื้อกลางวันดีกว่า (อ้อ อย่าลืมทุบกระเทียมลงไปด้วยนะ)<br />
21. ผักโขม : คุณจะได้รับแคลเซียมจากผักโขม ในขณะเดียวกันก็มีแมกนีเซียมที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดี การรับประทานใบอ่อนของผักโขมในสลัด จะช่วยให้ป้องกันโรคกระดูกเปราะและหักง่ายเนื่องจากขาดแคลเซียม<br />
22. ราสเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในราสเบอร์รี่สามารถยับยั้งการเกิดเนื้อร้ายได้ ลองนำราสเบอร์รี่ไปราดด้วยช็อกโกแลตเหลวแล้วไปแช่เย็นดูสิ<br />
23. ถั่วงอก : สารประกอบ ที่พบในถั่วงอก สามารถช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ถั่วงอกยังประกอบด้วยสารอาหารในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยเรื่องโรคเล็กๆ น้อยๆ ของสตรีในวัยหมดประจำเดือน ถั่วงอกผัดกับเต้าหู้ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยไม่เบา<br />
24. บล็อคโคลี่ : การรับประทานบล็อคโคลี่เป็นประจำ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 20% และยังมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย ลวกใส่ในสลัด หรือผัดกับกุ้งสดก็ไม่เลว<br />
25. บีทรูท : เนื้อของบีทรูทอุดมไปด้วยเบต้าไซยานิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านมะเร็ง รับประทานโดยการนำไปตุ๋นหรือย่าง<br />
26. องุ่นแดง : จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดเลือดจับตัวเป็นก้อน และดักจับไขมันในเลือดที่จะเป็นอันตรายต่อเส้นเลือดแดงของคุณ ใส่องุ่นแดงลงในสลัดหรือดื่มไวน์แดงสักแก้วระหว่างมื้อค่ำ<br />
27. ปลาที่มีไขมัน : แซลมอน หรือเนื้อปลาชนิดอื่นๆ ที่มีไขมันปนอยู่บ้างนั้น สามารถช่วยปกป้องคุณจากโรคภัยไข้เจ็บมากมาย อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลายังช่วยในเรื่องของสมอง ว่ากันว่าให้เด็กๆ กินปลาแล้วจะฉลาด ปลานึ่ง ปลาย่างราดซอสอร่อยๆ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดี<br />
28. มะเขือเทศ : สารไลโคพีนี (lycopene) ในมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญช่วยให้ผิวสวยอย่าบอกใครเลยเชียวล่ะ เลือกเอาเลยว่าคุณอยากจะใส่มะเขือเทศลงในอาหารอะไรบ้าง<br />
29. หัวหอม : หัวหอมที่มีกลิ่นไม่หอมเหมือนชื่อนี้จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ซอยเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ในไข่เจียว หรือซอยใส่อาหารประเภทยำช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีทีเดียว</p>
<br />Posted in บทความพิเศษ, บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: ความงาม, ความสุข, ความอ่อนเยาว์, บทความเพื่อสุขภาพ, สุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/242/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/242/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/242/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/242/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/242/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/242/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/242/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/242/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/242/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/242/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/242/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/242/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/242/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/242/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=242&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/20/29-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/amooor_1024.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">amooor_1024</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;มหัศจรรย์สมุนไพรไทย ต้านโรคคนเมืองอยู่หมัด&#8221;</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/20/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/20/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 May 2009 00:02:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัยไข้เจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคร้าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=238</guid>
		<description><![CDATA[คนสมัยนี้เป็นอะไรนิดหน่อยก็ชอบกินยา แถมยังเชื่อผิดๆว่า อยากมีสุขภาพดีชีวิตยืนยาว ต้องโด๊ปอาหารเสริม และวิตามินเยอะๆ เจ้าแม่วงการอาหารเมืองไทย &#8220;คุณหรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์&#8221; ยืนยันจากประสบการณ์ทั้งชีวิตว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรจะมหัศจรรย์เท่ากับสมุนไพรไทย&#8230;เชื่อคุณหรีด!! ทั้งราคาถูก ปลูก เองก็ง่าย และเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ต้านโรคภัยได้สารพัดนึก โรคมะเร็ง ถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับสาม รองจากโรคหัวใจ และอุบัติเหตุ เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์, ความบกพร่องทางพันธุกรรม, สิ่งแวดล้อม, อาหาร รวมถึงความเครียด และการใช้ ชีวิตเร่งรีบของคนเมือง &#8220;มะเร็ง&#8221; กลัวสมุนไพรไทย อยู่หลายตัวค่ะ เพราะมีสารอาหารต้านโรคร้ายได้น่าทึ่ง ใครอยากห่างไกลมะเร็ง แนะนำให้ทาน กระเทียม และผักจำพวกหอม ซึ่งอุดมด้วยซัลเฟอร์ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานมะเร็งโดยธรรมชาติ ขณะที่ ผักจำพวกกะหล่ำปลี มีสารต้านทานมะเร็งในลำไส้ และช่วยต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วน ขมิ้นขาวและขมิ้นชัน นอกจากจะมีสรรพคุณขับลมในลำไส้แล้ว ยังมีสารช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ด้วย สำหรับสาวๆควรทาน ผลไม้จำพวกส้ม เป็นประจำ เพราะช่วยล้างสารก่อมะเร็ง และยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม แพทย์ทางเลือกยังได้ค้นพบความมหัศจรรย์ของ มะรุม สมุนไพรไทยแท้ๆ ว่ากันว่า หากทานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=238&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright size-full wp-image-239" title="sgfh" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/sgfh.jpg?w=188&#038;h=240" alt="sgfh" width="188" height="240" />คนสมัยนี้เป็นอะไรนิดหน่อยก็ชอบกินยา แถมยังเชื่อผิดๆว่า อยากมีสุขภาพดีชีวิตยืนยาว ต้องโด๊ปอาหารเสริม และวิตามินเยอะๆ เจ้าแม่วงการอาหารเมืองไทย &#8220;คุณหรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์&#8221; ยืนยันจากประสบการณ์ทั้งชีวิตว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรจะมหัศจรรย์เท่ากับสมุนไพรไทย&#8230;เชื่อคุณหรีด!! ทั้งราคาถูก ปลูก เองก็ง่าย และเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ต้านโรคภัยได้สารพัดนึก</p>
<p>โรคมะเร็ง</p>
<p>ถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับสาม รองจากโรคหัวใจ และอุบัติเหตุ เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์, ความบกพร่องทางพันธุกรรม, สิ่งแวดล้อม, อาหาร รวมถึงความเครียด และการใช้ ชีวิตเร่งรีบของคนเมือง &#8220;มะเร็ง&#8221; กลัวสมุนไพรไทย อยู่หลายตัวค่ะ เพราะมีสารอาหารต้านโรคร้ายได้น่าทึ่ง ใครอยากห่างไกลมะเร็ง แนะนำให้ทาน กระเทียม และผักจำพวกหอม ซึ่งอุดมด้วยซัลเฟอร์ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานมะเร็งโดยธรรมชาติ ขณะที่ ผักจำพวกกะหล่ำปลี มีสารต้านทานมะเร็งในลำไส้ และช่วยต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วน ขมิ้นขาวและขมิ้นชัน นอกจากจะมีสรรพคุณขับลมในลำไส้แล้ว ยังมีสารช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ด้วย สำหรับสาวๆควรทาน ผลไม้จำพวกส้ม เป็นประจำ เพราะช่วยล้างสารก่อมะเร็ง และยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม</p>
<p>แพทย์ทางเลือกยังได้ค้นพบความมหัศจรรย์ของ มะรุม สมุนไพรไทยแท้ๆ ว่ากันว่า หากทานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โดยคนเฒ่าคนแก่นิยมกินมะรุมช่วงต้นฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่ฝักมะรุมหาได้ง่าย วิธีทานมีทั้งการนำช่อดอกมะรุมไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก หรือนำยอดมะรุม, ใบอ่อน, ช่อดอก และฝักอ่อนมาลวก หรือต้มให้สุก จิ้มทานกับน้ำพริก หรือจะใช้ยอดอ่อนและช่อดอกทำแกงส้ม ก็อร่อยดี มีประโยชน์ ยังมีการวิจัยด้วยว่า คนที่ทำคีโมรักษามะเร็งควรดื่มน้ำมะรุม ช่วยลดอาการแพ้รังสีได้ดี</p>
<p>โรคเบาหวาน</p>
<p>คนอ้วน คือกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน อาการบ่งชี้ ได้แก่ มีปริมาณกลูโคสในเลือดสูง เนื่องจากความผิดปกติในการทำงานของอินซูลิน, ปัสสาวะบ่อย, กระหายน้ำรุนแรง, น้ำหนักลด, อ่อนเพลีย, อยากอาหารมากกว่าปกติ, ติดเชื้อง่าย, มีอาการแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคไต และมีปัญหาทางสายตา การรักษาโรคเบาหวานอย่างได้ผล ต้องทำควบคู่กับการวางแผนทางโภชนาการค่ะ โดยสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ต้านเบาหวาน มีอาทิ มะแว้งเครือ และมะแว้งต้น ช่วยรักษาโรคเบาหวาน, บำรุงเลือด และขับปัสสาวะ รวมทั้งรักษาโรคไต ฟักทอง ช่วยป้องกันมะเร็งในปอด, ป้องกันเบาหวาน และคุมน้ำตาลในเลือด ตำลึง มีสรรพคุณเป็นยาดับพิษภายในร่างกาย, ลดอาการไข้ และเป็นยาระบายอ่อนๆ ผลดิบของตำลึงนำมาปรุงเป็นอาหารช่วยรักษาเบาหวานได้ ผักบุ้ง ไม่ได้ทำให้ตาหวานอย่างเดียว แต่ยังบำรุงกระดูก, ลดไข้และแก้เบาหวาน ส่วน มะระขี้นก เชื่อว่าช่วยบำรุงน้ำดี, แก้โรคตับอักเสบ และป้องกันโรคเบาหวาน แม้แต่ มะรุม ก็มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน</p>
<p>โรคอ้วน</p>
<p>คนอ้วนมีความเสี่ยงเป็นโรคสารพัด ทั้งเบา-หวาน, มะเร็ง, ความดันโลหิตสูง, หัวใจ และโรคข้ออักเสบ การลดน้ำหนักที่ได้ผลที่สุดสำหรับคนอ้วน คือ ต้องทำค่อยเป็นค่อยไป นอกจากจะจำกัดปริมาณอาหาร, หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้ว การเลือกทานสมุน ไพรเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์พิชิตโรคอ้วน ควรทาน แมงลัก เพื่อช่วยดูดซึมน้ำตาลในเส้นเลือด ทำให้ขับถ่ายสะดวก และลดน้ำหนักได้หลายกิโล ส่วน กระเจี๊ยบมอญ ลดความดันโลหิต, รักษาโรคกระเพาะ และเป็นยาระบายชั้นดี แตงโม เป็นยาระบายอ่อนๆ น้ำแตงโมปั่นยังช่วยล้างลำไส้และกระเพาะอาหาร มะละกอ ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาระบาย และ มะม่วงสุก ระบายของเสียภายในได้ดี ช่วยแก้อ่อนเพลีย</p>
<p>โรคเครียด</p>
<p>ความเครียดถือเป็นตัวการให้เกิดโรคร้ายนับไม่ถ้วน ยิ่งภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ บอกได้คำเดียวว่า ใครไม่เครียดก็บ้าแล้ว!! สมุนไพรไทยที่ช่วยลดความเครียดและทำให้ นอนหลับสบาย คือ สายบัว ช่วยลดอาการเกร็งของลำไส้ และกระเพาะลดความ เครียดทางสมอง กะหล่ำปลี ช่วยลดความเครียด มีสารต้านทานมะเร็งในลำไส้ ขี้เหล็ก แก้นิ่วในไต ทำลายเชื้อมะเร็ง เป็นยานอนหลับชั้นดี ใบบัวบก แก้ร้อนใน ทำให้ความจำดี ช่วยลดความเครียด ฟ้าทะลายโจร แก้อาการปวดหัวแบบไม่มีสาเหตุ มะนาวมะกรูด ช่วยให้ นอนหลับ บรรเทาอาการอาหารไม่ ย่อย และ พริกไทย ทำให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยลดเครียดได้ผลดี</p>
<p>โรคภูมิแพ้</p>
<p>เป็นโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิไวเกินไปต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งคนปกติอาจไม่มีปฏิกิริยานี้เกิดขึ้น คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ มีทั้งแพ้ฝุ่น, ตัวไรฝุ่น, เชื้อราในอากาศ, อาหาร, ขนสัตว์, เกสรดอกไม้ อาการมีได้หลายแบบ ตั้งแต่น้ำมูกไหล, จาม, โพรงจมูกอักเสบ, เยื่อบุตาอักเสบ, หลอดลมอักเสบ, หอบหืด และเกิดผื่นคันที่ผิวหนัง การต่อสู้กับโรคภูมิแพ้ จะต้องเพิ่มภูมิคุ้นกันให้ร่างกาย โดยสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณด้านนี้ ต้องยกให้ กะหล่ำดอก บำรุงภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และป้องกันโรคมะเร็งเต้านม ขณะที่ ขึ้นฉ่าย มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร, เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย, บำรุงไตให้แข็งแรง ถ้านำมาปั่นกับแครอท ผสมน้ำส้มดื่มทุกเช้า จะช่วยให้สุขภาพดีเหลือเชื่อ</p>
<br />Posted in บทความพิเศษ, บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: ความสุข, บทความเพื่อสุขภาพ, สมุนไพร, สมุนไพรไทย, สุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ, โรคภัยไข้เจ็บ, โรคร้าย <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/238/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/238/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/238/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/238/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/238/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/238/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/238/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/238/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/238/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/238/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/238/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/238/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/238/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/238/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=238&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/20/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/sgfh.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sgfh</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;6 วิธีเพิ่ม IQ ให้สมองฉลาด&#8221;</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/18/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-iq-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/18/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-iq-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 May 2009 18:59:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกสมองให้ไบรต์]]></category>
		<category><![CDATA[อยากฉลาด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอคิว]]></category>
		<category><![CDATA[IQ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=234</guid>
		<description><![CDATA[เอ้าใครอยากฉลาดมาทางนี้วันนี้เรามี 6 วิธีเด็ดๆที่จะช่วยให้สมองของเราพัฒนา IQ ขึ้นไปอีกมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีอันไหนกันบ้าง 1. ช็อกโกแลตช่วยได้ ดื่มช็อกโกแลตร้อนๆ แล้วคุณอาจรู้สึกกระปรี้กระเปร่าราวกับได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วเดิมมาเป็นช็อกโกแลตหอมกรุ่น จะช่วยให้สมองมีพลังวังชาขบคิดปัญหาเครียสๆ แบบผู้ใหญ่ได้ดีทีเดียว นักวิจัยมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมพบว่า สารฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในช็อกโกแลตที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองใด้นานถึง 3 ชั่วโมง นพ.เอียน แมคโดนัลด์ หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่าข้อดีของช็อกโกแลตคือ ช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองในช่วงที่การรับรู้ของคนเราจะแย่ลง เช่น ในขณะที่เหนื่อยล้าหรือนอนน้อย ยิ่งถ้าเป็นดาร์คช็อกโกแลตก็จะยิ่งมีฟลาโวนอยด์เข้มข้นขึ้น ลองซดช็อกโกแลตอุ่นๆ สักแก้วก่อนเข้าประชุม 10 โมงเช้ารับรองว่าสมองคุณจะแล่นปรู๊ดปร๊าดเลยเชียวล่ะ 2. ดนตรีกล่อมสมอง &#8220;ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาลเป็นคนชอบกลนัก&#8221; ก็ขนาดคนใช้สมองเยอะๆ อย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือนักศึกษาปริญญาเอกยังนิยมฟังเพลงกันเลย ปัญญาชนเหล่านี้บอกว่าฟังเพลงคลาสสิกของบีโทเฟนแล้วทำให้สมองผ่อนคลายได้ ทว่าผลการศึกษาครั้งใหม่กลับพบว่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิกอย่างโมสาร์ตหรือเฮฟวีเมทัลกระแทกหูอย่างวงสอเตอร์เฮดก็เพิ่มพลังให้สมองได้ทั้งนั้น สถาบัน วอทยาศาสตร์แห่งนิวยอร์กหรือ NYAS (New York Academy of Sciences) พบว่า การฟังดนตรีสุดโปรดไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ตาม ล้วนส่งผลเชิงบวกต่อการรับรู้ ขณะที่วารสาร Nature รายงานว่า ถ้าให้ผู้เข้าทดสอบฟังเพลง 10 นาทีก่อนทำแบบทดสอบ พวกเขาจะทำคะแนนได้ดีขึ้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=234&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เอ้าใครอยากฉลาดมาทางนี้วันนี้เรามี 6 วิธีเด็ดๆที่จะช่วยให้สมองของเราพัฒนา IQ ขึ้นไปอีกมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีอันไหนกันบ้าง</p>
<p>1. ช็อกโกแลตช่วยได้<img class="alignright size-medium wp-image-235" title="graphic0037" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/graphic0037.jpg?w=213&#038;h=300" alt="graphic0037" width="213" height="300" /></p>
<p>ดื่มช็อกโกแลตร้อนๆ แล้วคุณอาจรู้สึกกระปรี้กระเปร่าราวกับได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วเดิมมาเป็นช็อกโกแลตหอมกรุ่น จะช่วยให้สมองมีพลังวังชาขบคิดปัญหาเครียสๆ แบบผู้ใหญ่ได้ดีทีเดียว นักวิจัยมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมพบว่า สารฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในช็อกโกแลตที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองใด้นานถึง 3 ชั่วโมง นพ.เอียน แมคโดนัลด์ หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่าข้อดีของช็อกโกแลตคือ ช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองในช่วงที่การรับรู้ของคนเราจะแย่ลง เช่น ในขณะที่เหนื่อยล้าหรือนอนน้อย ยิ่งถ้าเป็นดาร์คช็อกโกแลตก็จะยิ่งมีฟลาโวนอยด์เข้มข้นขึ้น ลองซดช็อกโกแลตอุ่นๆ สักแก้วก่อนเข้าประชุม 10 โมงเช้ารับรองว่าสมองคุณจะแล่นปรู๊ดปร๊าดเลยเชียวล่ะ</p>
<p>2. ดนตรีกล่อมสมอง</p>
<p>&#8220;ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาลเป็นคนชอบกลนัก&#8221; ก็ขนาดคนใช้สมองเยอะๆ อย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือนักศึกษาปริญญาเอกยังนิยมฟังเพลงกันเลย ปัญญาชนเหล่านี้บอกว่าฟังเพลงคลาสสิกของบีโทเฟนแล้วทำให้สมองผ่อนคลายได้ ทว่าผลการศึกษาครั้งใหม่กลับพบว่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิกอย่างโมสาร์ตหรือเฮฟวีเมทัลกระแทกหูอย่างวงสอเตอร์เฮดก็เพิ่มพลังให้สมองได้ทั้งนั้น สถาบัน วอทยาศาสตร์แห่งนิวยอร์กหรือ NYAS (New York Academy of Sciences) พบว่า การฟังดนตรีสุดโปรดไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ตาม ล้วนส่งผลเชิงบวกต่อการรับรู้ ขณะที่วารสาร Nature รายงานว่า ถ้าให้ผู้เข้าทดสอบฟังเพลง 10 นาทีก่อนทำแบบทดสอบ พวกเขาจะทำคะแนนได้ดีขึ้น เห็นได้ชัดว่าดนครีมีส่วนอย่างมากต่อการเพิ่มระดับไอคิว ทีนี้คุณก็มีข้ออ้างในการควักกระเป๋าลงทุนกับเครื่องเสียงแจ่มๆ ที่ไพเราะเสนาะหูแล้วสิ</p>
<p>3. นั่งให้ปลอดโปร่ง</p>
<p>คุณเคยเป็นแบบนี้บ้างไหม ยิ่งนั่งจมปลักอยู่บนเก้าอี้ทำงานนานๆ สมองยิ่งตีบตันคิดอะไรไม่ค่อยออกเคล็ดลับหนึ่งที่ช่วยให้สมองโปร่งโล่งสบายคือ การนั่งเก้าอี้แสนสบาย ผลการศึกษาครั้งใหม่ระบุว่า เก้าอี้นั่งที่ไม่ค่อยสบายอาจทำให้ความคิดของคุณโดนปิดกั้นไปด้วย ผลการศึกษาที่มหาวิทยาลัยลันด์ในสวีเดนระบุว่า คนส่วนใหญ่ต้องเจอปัญหาเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอซึ่งเป็นผลจากการนั่งผิดท่า การบีบอัดกระดูกสันหลังด้วยการนั่งหลังค่อมขณะใช้แป่นคีย์บอร์ดจะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหดตัว ผลคือสมองคุณจะขาดออกซิเจน ดังนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานดีๆ สักตัวที่ช่วยให้คุณนั่งยืดหลังตรงได้ขณะทำงาน จึงสำคัญพอๆ กับงานบนหน้าจอของคุณเลยก็ว่าได้</p>
<p>4. พลังจากเนื้อ</p>
<p>ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์ถ้ำหรือมนุษย์ทำงานจอมแกร่งกองทับต้องเดินด้วยท้องอยู่วันยังค่ำ คุณย่อมไม่มีเรี่ยวแรงพอนัใส่เกียร์ห้าหนีเสือป่าที่จ้องจะขย้ำคอหรือเคาะตัวเลขในรายงานการขายให้สวยหรูได้แน่ถ้าท้องคุณร้องโครกครากดังเซ็งแซ่แบบนี้ การหม่ำเบอร์เกอร์ดีๆ เติมกระเพาะและพลังงานให้สมองย่อมช่วยได้ ซีโมน พาร์กินสัน นักโภชนาการ แนะนำว่า &#8220;เนื้อลูกแกะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 ซึ่งดีต่อการฟื้นฟูสมองที่อ่อนล้าให้กลับมากระปรี้กระเปร่า และถ้าได้แซมไข่แดงลงไปในเบอร์เกอร์ คุณจะได้โคลีนไปเสริมสร้างการรับรู้ของสมอง ส่วนผักต่างๆ จะช่วยป้องกัยการเกิดภาวะเครียสจากการที่ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป&#8221;</p>
<p>5. กินหนึ่งได้ถึงสอง</p>
<p>บางคนที่ไปยิมนอกจากจะเวิร์กเอาต์ให้ได้รูปร่างสมส่วน ยังอาจกินอาหารเสริมควบคู่กันไปเพื่อบำรุงกล้ามเนื้อ สำหรับใครที่เลือกอาหารเสริมเป็นครีเอทีนขอบอกว่าคุณตาแหลมมาก เพราะผลการศึดษาครั้งใหม่พบว่า ครีเอทีนไม่ใช่แค่ดีกับกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อสมองของคุณ เพราะทั้งช่วยเสริมสร้างสมาธิและความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและตัวเลขต่างๆ พญ.แคโรไลน์ เร จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกว่า &#8220;อาหารเสริมชนิดนี้เพิ่มพลังให้สมองสามารถรับมือกับงานด้านการคำนวณ ตลอดจนกระบวนการคิดต่างๆ ให้ดีขึ้น&#8221; อาหารเสริมในรูปแคปซูลจะมีปริมาณครีเอทีนต่อหน่วยน้ำหนักมากกว่าแหล่งอื่นๆ ดังนั้นพกแคปซูลครีเอทีนติดตัวไปกินตอนเวิร์กเอาต์ช่วงเที่ยงก็เข้าท่าดี เพราะนอกจากจะทำให้สมองปราดเปรื่องแล้วยังทำให้กล้ามคมโตสมใจอีกต่างหาก</p>
<p>6. หลับฟื้นความจำ</p>
<p>นี่คงเป็นข่าวดีสำหรับคนชอบนอน เพราะการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอทำให้คุณฉลาดขึ้น ผลการศึกษาร่วมระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย พบว่า การนอนหลับพักผ่อนช่วยกระตุ้นให้คุณดึงความทรงจะในเรื่องที่พึ่งเรียนรู้ไปไม่นานกลับคืนมาได้ แม้ว่าความทรงจำนั้นจะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลใหม่ๆ ไปแล้วหลายชั่วโมงก็ตาม นพ.เจฟฟรีย์ เอลเลนโบเกน หัวหน้สทีมวิจัย บอกว่า &#8220;นี่แสดงให้เห็นว่า การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงช่วยปกป้องความจำแต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเก็บรวบรวมความทรงจำเข้าด้วยกันอีกด้วยครับ&#8221; พูดง่ายๆ คือ ความทรงจำในสมองไม่แตกแถวนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า หมอนก็มีผลต่อการนอนเช่นกัน เพราะหมอนที่รองรับสรีระร่างกายในขณะที่หลับได้ดี จะช่วยลดปัญหาการหายใจซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการหลับที่ต่อเนื่องยาวนาน ใครที่อยากนอนหลับสนิทและตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความสดชื่นสมองแจ่มใส เห็นทีต้องลองใช้หมอนเมโมรีโฟม (Memory Foam) ซึ่งทำจากวัสดุเมโมรีโฟมที่ผ่านกระบวนย่อยเป็นปุยๆ ชิ้นเล็กๆ เสมือนเส้นใยไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติอ่อนนุ่มและแน่น</p>
<br />Posted in บทความพิเศษ, บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: ความสุข, ฉลาด, บทความเพื่อสุขภาพ, ฝึกสมองให้ไบรต์, อยากฉลาด, อาหารเพื่อสุขภาพ, ไอคิว, IQ <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/234/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/234/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/234/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/234/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/234/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/234/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/234/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/234/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/234/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/234/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/234/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/234/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/234/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/234/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=234&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/18/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-iq-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/graphic0037.jpg?w=213" medium="image">
			<media:title type="html">graphic0037</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;25 Healthy Tips อย่ามองข้ามเรื่องเล็ก (แต่ร้าย)&#8221;</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/18/25-healthy-tips-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/18/25-healthy-tips-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 May 2009 18:53:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารบำรุงสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัยไข้เจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคร้าย]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=230</guid>
		<description><![CDATA[1. การดื่มน้ำ ปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็วอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำเป็นพิษเนื่องจาก เลือดเจือจาง ร่างกายจึงขับโปแตสเซียมออกจากเซลล์เพื่อปรับสมดุลระหว่างน้ำใน เซลล์และนอกเซลล์ ผลที่ตามมาคือเป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง หากเกิดอาการเกร็ง ที่สมอง หัวใจ หรือปอด จะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ แต่ไม่ต้องกังวล จนเกินไปเพราะหากดื่มน้ำทีละเล็กทีละน้อย แม้ดื่มมากกว่าปกติก็ไม่เป็นอันตราย เพราะไตจะขับออกมาเป็นปัสสาวะ และถ้าเมื่อไรมีอาการจุกนั่นแสดงว่าดื่มน้ำมากไป ควรหยุดได้แล้ว 2. การปล่อยให้ตนเองหิวอาจนำไปสู่โรคร้าย เพราะ ความหิวกระตุ้นร่างกายให้หลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งหากเกิด ขึ้นเป็นประจำจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือเบาหวานได้ ลองควบคุม ความหิวด้วยการแบ่งมื้ออาหารจากวันละ 3 มื้อเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวัน 3. ชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดหลังเพราะคาเฟอีนลดการหลั่งสารเอนโดรฟีน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้นและมีฤทธิ์ลดอาการปวดตามอวัยวะต่างๆ 4. วิธีง่ายๆในการดูแลสุขภาพคือหลังจากตื่นนอนทุกเช้า จะดื่มน้ำส้มสายชูที่หมักจากผลแอ๊ปเปิ้ล ผสมกับน้ำผึ้งอย่างละ 1:1 ใส่น้ำอุ่นคนให้เข้ากันแล้วค่อยเติมน้ำแข็งลงไปเพื่อให้ทานง่ายและมีรสชาติดี ขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะไปช่วยการดูดซึมของระบบลำไส้ และการเผาผลาญของร่างกาย แต่โรค บางโรคอาจเกิดจากสุขภาพจิตที่อ่อนแอ ในหนึ่งอาทิตย์จึงควรจะมีวันพักผ่อนอย่าง จริงจังหรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น เล่นโยคะ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกายและลดมล [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=230&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright size-medium wp-image-231" title="10257,1120454037,6" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/1025711204540376.jpg?w=176&#038;h=300" alt="10257,1120454037,6" width="176" height="300" />1. การดื่มน้ำ<br />
ปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็วอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำเป็นพิษเนื่องจาก เลือดเจือจาง ร่างกายจึงขับโปแตสเซียมออกจากเซลล์เพื่อปรับสมดุลระหว่างน้ำใน เซลล์และนอกเซลล์ ผลที่ตามมาคือเป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง หากเกิดอาการเกร็ง ที่สมอง หัวใจ หรือปอด จะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ แต่ไม่ต้องกังวล จนเกินไปเพราะหากดื่มน้ำทีละเล็กทีละน้อย แม้ดื่มมากกว่าปกติก็ไม่เป็นอันตราย เพราะไตจะขับออกมาเป็นปัสสาวะ และถ้าเมื่อไรมีอาการจุกนั่นแสดงว่าดื่มน้ำมากไป ควรหยุดได้แล้ว</p>
<p>2. การปล่อยให้ตนเองหิวอาจนำไปสู่โรคร้าย<br />
เพราะ ความหิวกระตุ้นร่างกายให้หลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งหากเกิด ขึ้นเป็นประจำจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือเบาหวานได้ ลองควบคุม ความหิวด้วยการแบ่งมื้ออาหารจากวันละ 3 มื้อเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวัน</p>
<p>3. ชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน<br />
ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดหลังเพราะคาเฟอีนลดการหลั่งสารเอนโดรฟีน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้นและมีฤทธิ์ลดอาการปวดตามอวัยวะต่างๆ</p>
<p>4. วิธีง่ายๆในการดูแลสุขภาพคือหลังจากตื่นนอนทุกเช้า<br />
จะดื่มน้ำส้มสายชูที่หมักจากผลแอ๊ปเปิ้ล ผสมกับน้ำผึ้งอย่างละ 1:1 ใส่น้ำอุ่นคนให้เข้ากันแล้วค่อยเติมน้ำแข็งลงไปเพื่อให้ทานง่ายและมีรสชาติดี ขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะไปช่วยการดูดซึมของระบบลำไส้ และการเผาผลาญของร่างกาย แต่โรค บางโรคอาจเกิดจากสุขภาพจิตที่อ่อนแอ ในหนึ่งอาทิตย์จึงควรจะมีวันพักผ่อนอย่าง จริงจังหรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น เล่นโยคะ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกายและลดมล ภาวะทางจิตใจไปพร้อมๆกัน</p>
<p>5. การนอนดึก<br />
คืนวันศุกร์-เสาร์แล้วตื่นสายในวันเสาร์-อาทิตย์ทำให้นาฬิกาชีวภาพของ ร่างกายตั้งเวลาตื่นใหม่ เมื่อถึงวันจันทร์จึงมีอาการอิดเอื้อนไม่อยากตื่น ทั้ง ยังทำให้ขาดสมาธิในการทำงานหรือเรียนหนังสืออีกด้วย</p>
<p>6. แสงแดดยามเช้า<br />
ไม่ได้ช่วยให้กระดูกแข็งแรงเท่านั้น แต่การออกกำลังกายกลางแดดใน ช่วง เวลาดังกล่าวยังช่วยให้ร่างกายผลิตสารเอนโดรฟีน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอาการซึม เศร้าตามธรรมชาติอีกด้วย</p>
<p>7. ความเครียดเป็นตัวการทำลายผิวที่ร้ายแรงที่สุด<br />
ฉะนั้นเราต้องปรับความคิดใหม่ และใช้ร่างกายเราอย่างทะนุถนอมตั้งแต่ ศีรษะจรดปลายเท้า ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม หาเวลาออกกำลังกายบ้าง และรับ ประทานอาหารดีๆ</p>
<p>8. แอ๊ปเปิ้ล แตงโม กล้วย กีวี มีประโยชน์<br />
แต่ถ้าคุณรับประทานยาปฏิชีวนะอยู่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้เหล่านี้เพราะบูด ง่ายในลำไส้ อาจเกิดการอักเสบในระบบทางเดินอาหารได้</p>
<p>9. การไอเรื้อรัง<br />
อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาอาการ หวัดไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ให้ใช้วิธีที่สุดแสนธรรมดาแต่ได้ผลมากกว่าคือ ดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อลดเสมหะในทางเดินหายใจ อมยาอมให้ลำคอชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพ แค่นี้ก็หายแล้ว</p>
<p>10. การที่เราคิดว่าตัวเองมีสุขภาพดี<br />
แถมอายุยังน้อย ทำให้เราชะล่าใจในการดูแลรักษาสุขภาพ เวลาเกิดอะไรผิด ปกติขึ้นกับร่างกายจะคิดว่าช่างมัน เดี๋ยวคงหายเอง ซึ่งไม่ถูกต้อง</p>
<p>11. เมื่อมีอาการเท้าและข้อเท้าบวม<br />
ให้นั่งยองๆ ทุกวันๆ ละ 15 นาที แล้วขยับข้อเท้าไปข้างหน้าและข้าง หลัง เพื่อช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น หลังจากนั้นใช้แปรงที่ขนทำจากวัสดุ ธรรมชาติ แปรงผิวหนังเบาๆ เริ่มบริเวณฝ่าเท้าซึ่งเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั่ว ร่างกาย แล้วค่อยๆ ปัดไล่ขึ้นมาที่ข้อเท้า น่อง ต้นขา ท้อง แขนไปจนสุดที่มือ ทั้งสองข้าง (ยกเว้นผู้ที่เป็นเบาหวาน เพราะเสี่ยงจะเกิดบาดแผล) จากนั้นอาบน้ำ อุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น</p>
<p>12. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน<br />
และรับประทานไข่มากกว่าอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากขึ้น</p>
<p>13. ผู้ที่รับประทานไข่เป็นเวลา 8 อาทิตย์<br />
ลดน้ำหนักได้มากกว่าผู้ที่ไม่รับประทานถึง 65 เปอร์เซ็นต์ และรอบเอว ลดลงเกือบสองเท่า เพราะผู้ที่รับประทานไข่รู้สึกอิ่มกว่าการรับประทานขนมปัง ทำ ให้รับประทานอาหารกลางวันและอาหารเย็นน้อยลง</p>
<p>14. การรับประทานอาหารไปดูหนังไป<br />
ทำให้รับประทานอาหารมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าจะกินอิ่มมาแล้วหรือรส ชาติของอาหารไม่ได้เรื่องเลยก็ตาม นอกจากนี้ไฟสลัวๆ ทำให้ผู้ที่รับประทานอาหาร ไม่ค่อยระวังตัว เพลิดเพลินเจริญอาหารไปเรื่อย</p>
<p>15. เสียงเพลง<br />
มีอิทธิพลต่ออารมณ์ของคนเรายิ่งดนตรีมีจังหวะเร็วเท่าไรก็ยิ่งกระตุ้น ให้รับประทานอาหารมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>16. การดื่มน้ำ(เปล่า)เย็น<br />
50 ออนซ์ (8 ออนซ์= 1 ถ้วย) จะช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นวันละ 50 แคลอรี เท่ากับช่วยให้น้ำหนักลดลงปีละ 5 ปอนด์หรือ 2.5 กิโลกรัม เพราะการดื่ม น้ำเปล่าไม่ทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน แต่ต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญน้ำ ยิ่งไป กว่านั้นน้ำเย็นทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานเผาผลาญมากขึ้นอีก</p>
<p>17. การออกกำลังกาย<br />
ด้วยการยกน้ำหนักและพิลาทิส ควบคู่กันไปจะช่วยพัฒนาความแข็งแรงของปอด และหัวใจ รวมถึงความแข็งแรงและยืดหยุ่นของโครงสร้าง และการรับประทานอาหารมื้อ ย่อยๆ 5 มื้อต่อวัน โดยมื้อกลางวันจะเน้นอาหารประเภทโปรเท้าเพียง 1 มื้อ นอก นั้นเน้นผักและผลไม้ จะทำให้มีพลังงานที่พอเหมาะในการใช้งาน และไม่ทิ้งไขมัน ส่วนเกินสะสม</p>
<p>18. ผู้ชายที่รับประทานมะเขือเทศ<br />
ซึ่งมีไลโคปีนสูงอย่างน้อยอาทิตย์ละ 10 ผลหรือมากกว่านั้นเสี่ยงเป็น มะเร็งต่อมลูกหมากน้อยลง 45 เปอร์เซ็นต์ วิธีง่ายๆ ให้นำมะเขือเทศไปปั่นให้ ละเอียดเติมน้ำมันมะกอกและนำไปปรุงสุก ความร้อนจะช่วยให้มะเขือเทศปล่อยสารไลโค ปีนออกมามากขึ้น</p>
<p>19. รับประทานแอ๊ปเปิ้ลหนึ่งชิ้นหลังอาหาร<br />
ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดแบคทีเรียในช่องปาก และช่วยให้เหงือกแข็งแรง การรับประทานสับปะรดและมะละกอคือก่อนอาหารประมาณ 2-3 ชิ้น ดีต่อกระเพาะอาหารเพราะมีเอนไซน์ซึ่งช่วยย่อย จึงเท่ากับช่วยให้กระเพาะ ย่อยอาหารมื้อหลักที่ตามลงมาได้ง่ายขึ้น</p>
<p>20. หากไม่อยากมีกรดในกระเพาะมากเกินไป<br />
ควรลดปริมาณการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้นอย่างเช่นมะนาว ส้ม ส้มโอ เก รฟฟรุ๊ต หรือน้ำมะเขือเทศสดปั่น หรือทำให้เจือจางด้วยการผสมน้ำเข้าไป</p>
<p>21. สำหรับหนุ่มเจ้าสำราญ<br />
ที่ชอบปาร์ตี้หามรุ่งหามค่ำ ก็สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ด้วยการนอนหลับ ให้นานหน่อย อีกวิธีหนึ่งในการดูแลตัวเองคือมีแฟนเด็ก จะได้มีแรงกระตุ้นให้เรา ทำตัวเด็กตาม ต้องดูดีตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอบายมุข การเที่ยวกลางคืนก็เป็นอัน ต้องงด</p>
<p>22. การเล่นเกมคอมพิวเตอร์<br />
โดยเฉพาะเกมที่ต้องใช้สมาธิ ช่วยให้ระบบประสาททำงานเชื่อมต่อกันอย่าง มีประสิทธิภาพ ป้องกันโรคอัลเซเมอร์ได้ เกมอื่นๆ เช่น ปริศนาอักษรไขว้ หรือ เลือกเรียนดนตรี ก็ช่วยได้เช่นกัน</p>
<p>23. การใช้พลาสติกใส่อาหารหรือปิดอาหาร<br />
รวมถึงใส่จานชามพลาสติกในไมโครเวฟ เพราะความร้อนจะทำให้พลาสติกปน เปื้อนในอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม</p>
<p>24. ก่อนตั้งครรภ์<br />
ควรเตรียมตัวล่วงหน้าประมาณ 3 เดือน<br />
1.ดูแลเรื่องอาหารการกิน เน้นโฟ เลต แคลเซียม วิตามินต่างๆ ป้องกันอาการแพ้ท้องหรืออยากอาหารประหลาดๆ<br />
2.ระวัง เรื่องการรับประทานยาทุกชนิด อ่านฉลากให้ดี เพราะอาจทำร้ายลูกโดยไม่เจตนา<br />
3.ทำ ใจให้สบาย คิดในแง่บวก<br />
4. ออกกำลังกายที่เหมาะสม</p>
<p>25. ถ้ามื้อนั้นรับประทานเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก<br />
ไม่ควรรับประทานผลไม้อีก เพราะกว่าเนื้อจะย่อยหมดต้องใช้เวลานาน ทำ ให้ผลไม้ที่ย่อยเสร็จไปเรียบร้อยแล้วถูกกักอยู่ในกระเพาะ เกิดกรดในกระเพาะอาหาร ได้</p>
<br />Posted in บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: การดื่มน้ำ, การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ, ความสุข, สุขภาพ, อาหารบำรุงสุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ, โรคภัยไข้เจ็บ, โรคร้าย, Healthy, Healthy Tips <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/230/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/230/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/230/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/230/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/230/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/230/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/230/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/230/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/230/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/230/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/230/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/230/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/230/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/230/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=230&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/18/25-healthy-tips-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/1025711204540376.jpg?w=176" medium="image">
			<media:title type="html">10257,1120454037,6</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;10 เรื่องจริงของความงาม ที่คุณต้องรู้&#8221;</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/17/10-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/17/10-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 May 2009 10:50:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=213</guid>
		<description><![CDATA[1. สุดยอดแห่งความงามนั้นอยู่ที่จิตใจ เมื่อคุณรู้สึกดี คุณก็จะดูดีไปเองโดย ปริยาย 2. ความเครียดคือศัตรูตัวฉกาจ! อ้างอิงโดย ดร.ชอน ทาลบอทท์ ผู้อำนวยการฝ่าย วิทยาศาสตร์แห่งฟาร์มาเน็กซ์ กล่าว่าคอร์ติซอล (Cortisol) คือฮอร์โมนความเครียด ตัวสำคัญซึ่งเป็นกุญแจหลักในการต่อสู้กับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ รวมถึงปัญหาความอ้วน คอร์ติซอลเป็นสารเคมีตามธรรมชาติเช่นเดียวกับอะดรีนาลีน ซึ่งร่างกายจะผลิตเมื่อ เกิดความเครียด ขณะวิตกกังวลหรือเมื่ออยู่ในอันตราย หากการผลิตสารเคมีเกิดขึ้น ในปริมาณมาก (ระหว่างเกิดอาการเครียด) สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่สำคัญได้ คือ เกิดอาการอ่อนเพลียในระยะยาว ซึ่งการแก้ปัญหานั้นสามารถทำได้โดยการควบคุมสมดุล ของคอร์ติซอลนั่นเอง 3. สิวคือสาเหตุแห่งความเครียด และในทางกลับกัน ความเครียดก่อให้เกิดสิว โดย อ้างอิงจาก ดร. อเล็กซา คิมบอล นักวิจัยนูสกิน ซึ่งระบุว่าช็อกโกแลต อาหารไม่ เป็นประโยชน์ ตลอดจนการไม่ชำระล้างใบหน้านั้นไม่ก่อให้เกิดสิว! ระดับฮอร์โมนและ แบคทีเรียที่ถูกสร้างขึ้นต่างหากคือสาเหตุสำคัญ ดังนั้น การควบคุมปัญหาการเกิด สิวจึงควรเริ่มต้นที่การดูแล ซึ่งมันก็ไม่ใช่เพียงการแต้มยารักษาบนสิวเท่านั้น 4. จากผลสำรวจและศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวที่ขัดแย้งกัน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=213&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright size-medium wp-image-218" title="7387,1170595757,1" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/738711705957571.jpg?w=287&#038;h=300" alt="7387,1170595757,1" width="287" height="300" />1. สุดยอดแห่งความงามนั้นอยู่ที่จิตใจ เมื่อคุณรู้สึกดี คุณก็จะดูดีไปเองโดย ปริยาย</p>
<p>2. ความเครียดคือศัตรูตัวฉกาจ! อ้างอิงโดย ดร.ชอน ทาลบอทท์ ผู้อำนวยการฝ่าย วิทยาศาสตร์แห่งฟาร์มาเน็กซ์ กล่าว่าคอร์ติซอล (Cortisol) คือฮอร์โมนความเครียด ตัวสำคัญซึ่งเป็นกุญแจหลักในการต่อสู้กับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ รวมถึงปัญหาความอ้วน คอร์ติซอลเป็นสารเคมีตามธรรมชาติเช่นเดียวกับอะดรีนาลีน ซึ่งร่างกายจะผลิตเมื่อ เกิดความเครียด ขณะวิตกกังวลหรือเมื่ออยู่ในอันตราย หากการผลิตสารเคมีเกิดขึ้น ในปริมาณมาก (ระหว่างเกิดอาการเครียด) สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่สำคัญได้ คือ เกิดอาการอ่อนเพลียในระยะยาว ซึ่งการแก้ปัญหานั้นสามารถทำได้โดยการควบคุมสมดุล ของคอร์ติซอลนั่นเอง</p>
<p>3. สิวคือสาเหตุแห่งความเครียด และในทางกลับกัน ความเครียดก่อให้เกิดสิว โดย อ้างอิงจาก ดร. อเล็กซา คิมบอล นักวิจัยนูสกิน ซึ่งระบุว่าช็อกโกแลต อาหารไม่ เป็นประโยชน์ ตลอดจนการไม่ชำระล้างใบหน้านั้นไม่ก่อให้เกิดสิว! ระดับฮอร์โมนและ แบคทีเรียที่ถูกสร้างขึ้นต่างหากคือสาเหตุสำคัญ ดังนั้น การควบคุมปัญหาการเกิด สิวจึงควรเริ่มต้นที่การดูแล ซึ่งมันก็ไม่ใช่เพียงการแต้มยารักษาบนสิวเท่านั้น</p>
<p>4. จากผลสำรวจและศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวที่ขัดแย้งกัน ของผู้หญิงสิงคโปร์ที่มีต่อสุขภาพและความงาม โดย 78% เห็นตรงกันว่าสุขภาพเป็น เรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดสืบเนื่องจากอายุซึ่งมากขึ้น เช่นกันกับ 87% กล่าว ว่าพวกเธอไม่ชอบหน้าตาที่เป็นอยู่ และ 75% รับไม่ได้กับริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิด ขึ้น</p>
<p>5. “โรคติดเชื้อทางผิวหนังอย่างโรคแผลเปื่อย (เรื้อนกวาง) เกิดขึ้นอย่างกว้าง ขวางในประเทศพัฒนาแล้ว” ฌอง ฟรังซัว ชาเรส ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์แห่งอี วอคซ์ (Evaux) กล่าว และจากการค้นคว้าล่าสุดโดยนักวิจัยชาวบอสตันจาก เลธ อิสราเอล ดีโคเนส เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Beth Israel Deaconess Medical Center) ยังได้ยืนยันทางเอกสารว่ามีความเกี่ยวพันกันระหว่างความเซนซิทีฟของผิวหนังใน ขั้นรุนแรง (79%) กับผู้ป่วยไมเกรน</p>
<p>6. จอยส์ ลิม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังกล่าวว่า “การรับประทานอาหารเสริมและ การทาครีมประเภทคอลลาเจนนั้นไม่ได้ผล” การกระตุ้นคอลลาเจนจากภายในสำคัญที่สุด</p>
<p>7. คุณมีตัวเลขสุขภาพไหม การรู้ตัวว่าคุณอยู่ห่างจากอนุมูลอิสระเป็นกุญแจดอก สำคัญในการต่อสู้การถูกโจมตีในแต่ละวัน และอีกครั้งที่เทคโนโลยีได้กลายเป็น ยุทธวิธีป้องกันแบบใหม่<br />
ฟาร์มาเน็กซ์ ไบโอโฟโตนิค สแกนเนอร์ (Pharmanex BioPhotonic Scanner) คือการวัด ปริมาณแอนติออกซิแดนท์ของแคโรทีนนอยด์ โดยจะทำการบอกตัวเลขของจำนวนกิจกรรมเพื่อ ยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นวิธีแรกของโลกที่นับว่าไม่ รุนแรง ถึงแม้ว่าขณะนี้วิธีดังกล่าวจะมีเฉพาะฟาร์มาเน็กซ์เท่านั้น ก็ได้มีการ พิสูจน์แล้วว่าเพื่ออนาคตของสุขภาพที่สมบูรณ์กว่า ตัวเลขของคุณอาจอยู่ถัดไปจาก นี้ก็ได้</p>
<p>8. ระดับน้ำในผิวหนังของเรา เอสที ไมโครอีเล็คโทรนิค และลอรีอัล กำลังใช้ชิปผิว สัมผัสโดยเอสที ซึ่งเทคโนโลยีซิลิคอนอิมเมจ เซ็นเซอร์ในโปรเจ็กต์การวิจัยค้น คว้าเพื่อพัฒนาแบบแผนการวิเคราะห์รายละเอียดของระดับน้ำในผิวหนังมนุษย์ให้ได้ ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น (แหล่ง Beauty-uk.co.uk)</p>
<p>9. เราลดน้ำหนักไม่ลงสักที เพราะเรากินมากกว่าที่เรารับประทานมากกว่ามื้อปกติ ขณะดูทีวี ทำงาน และอ่านหนังสือ แถมยังปลดปล่อยตัวเองจากความเครียด หรือกดดัน โดยการกินอีกด้วย ลองลงบันทึกว่าคุณรับประทานอะไรบ้างในแต่ละวัน จานใบเล็ก ช่วย ให้กินได้น้อยลง นี่ไม่ได้พูดให้ทำตามนะ แต่มันได้ผลจริง ๆ</p>
<p>10. ได้ค้นพบว่า ด้วยปริมาณโพลีฟีนอลที่มีมากกว่าถึงสามเท่า ทำให้ชาขาวมี อานุภาพและประสิทธิภาพมากกว่าชาเขียว ชาขาวยังช่วยปกป้องโปรตีนในผิวหนัง ป้องกันผิวหน้าแตกแห้ง หลุดลอก จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเคส เวสเทิร์น รัฐ ไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าชาขาวยังช่วยป้องกันเซลล์ซึ่งดูแลส่วนสำคัญ ของร่างกายที่ทำหน้าที่รักษาระบบภูมิคุ้มกันผิวหนัง อีกทั้งช่วยบรรเทาอาการของ ผิวหนังที่ถูกแสงแดดแผดเผาระยะยาว อันเป็นสาเหตุของปัญหาแก่ก่อนวัย</p>
<br />Posted in บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: ความงาม, ความเครียด, บทความเพื่อสุขภาพ, ลดน้ำหนัก, อาหารเพื่อสุขภาพ <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/213/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=213&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/17/10-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/738711705957571.jpg?w=287" medium="image">
			<media:title type="html">7387,1170595757,1</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;คำถามยอดฮิต &#8230;ท้องแล้วมีเซ็กซ์ได้ไหม&#8221;</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 May 2009 10:34:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คนท้องมีเซ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องมีเซ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[มีเซ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็กซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=202</guid>
		<description><![CDATA[คอลัมน์สายตรงสุขภาพกับศิริราชโดย :รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ สูตินรีแพทย์ พูดถึงเรื่องการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ ผมมีความรู้สึกว่าคุณแม่ส่วนมากต่างก็มีปัญหาค้างคาใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กันทั้งนั้น เพียงแต่อาย ไม่กล้าถาม หรือไม่รู้จะถามอย่างไรดี วันนี้ผมเลยขอหยิบยกประเด็นนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ ตอนท้องมีเซ็กซ์ได้ไหม เป็นคำถามยอดฮิตอันดับแรกที่มักจะถามกัน แต่เท่าที่ผมคุยกับคุณแม่หลายคน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากมีเซ็กซ์เท่าไหร่ แต่ที่เป็นห่วงหรือกังวลมักจะเป็นเรื่องของสามีมากกว่า กลัวว่าถ้าไม่ให้มีเซ็กซ์แล้ว สามีอาจจะแอบไปหาอีหนู แต่ถ้าให้มีก็กลัวว่า จะเกิดอันตรายสารพัดทั้งต่อตัวแม่เองและลูกในท้อง ความจริงแล้วขณะตั้งครรภ์คุณแม่สามารถมีเซ็กซ์ได้ตามปกติ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งใกล้คลอด จะมีแค่บางช่วงที่ควรลดการมีเซ็กซ์ลงบ้าง เช่น ตอนตั้งครรภ์ใหม่ ๆ เพราะคุณแม่ส่วนมากมักมีอาการแพ้ท้อง เวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย อีกช่วงหนึ่งที่ควรจะงดเว้นการมีเซ็กซ์ก็คือ ช่วงใกล้คลอดมากๆแล้ว เพราะช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะดูค่อนข้างอึดอัดอุ้ยอ้าย แค่นั่งหรือเดินตามปกติก็เหนื่อยแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ถ้ามามีเซ็กซ์ตอนนี้อาจจะทำให้เหนื่อยได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ การมีเซ็กซ์ตอนที่ใกล้คลอดอาจจะทำให้ถุงน้ำคร่ำที่ล้อมรอบตัวเด็กเกิดการแตกหรือรั่ว ทำให้มีน้ำคร่ำไหลออกมาก่อนเจ็บครรภ์คลอดได้ ซึ่งผลดังกล่าวจะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเข้าไปในโพรงมดลูกได้ มีเพียงคุณแม่อยู่บางคนเท่านั้นที่จำเป็นต้องงดการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไปเกือบตลอดช่วงการตั้งครรภ์ เช่น คุณแม่ที่เคยแท้งบุตร หรือคลอดก่อนกำหนดมาก่อน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาซ้ำได้ นอกจากนี้คุณแม่ที่มีภาวะรกเกาะต่ำก็ควรงดการมีเซ็กซ์โดยเด็ดขาด เพราะอาจไปกระตุ้นให้มีเลือดออกมากจนเป็นอันตรายได้ เวลามีเซ็กซ์จะเป็นอันตรายต่อลูกไหม? อยากให้คุณแม่ลองจินตนาการดูว่า ลูกที่อยู่ในท้องก็คล้ายกับก้อนหินที่อยู่ในลูกโป่งใส่น้ำแล้วยัดใส่เข้าไปในขวดอีกทีหนึ่ง และเจ้าขวดที่ว่าก็มีปากขวดที่ปิดและแข็งแรงพอควร เวลาที่มีเซ็กซ์กัน อวัยวะเพศของสามีอย่างมากก็จะไปโดนแค่บริเวณปากขวดเท่านั้น โอกาสที่ลูกในท้องจะได้รับอันตรายจึงน้อยมาก เวลาถึงจุดสุดยอดลูกจะได้รับอันตรายไหม มีหลายคนเข้าใจถูกว่า เวลามีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไม่มีอันตรายต่อลูก แต่พอใกล้ถึงจุดสุดยอดนี่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=202&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright size-medium wp-image-204" title="pic28501" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/pic28501.jpg?w=252&#038;h=300" alt="pic28501" width="252" height="300" />คอลัมน์สายตรงสุขภาพกับศิริราชโดย :รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ สูตินรีแพทย์</p>
<p>พูดถึงเรื่องการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ ผมมีความรู้สึกว่าคุณแม่ส่วนมากต่างก็มีปัญหาค้างคาใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กันทั้งนั้น เพียงแต่อาย ไม่กล้าถาม หรือไม่รู้จะถามอย่างไรดี วันนี้ผมเลยขอหยิบยกประเด็นนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ</p>
<p>ตอนท้องมีเซ็กซ์ได้ไหม<br />
เป็นคำถามยอดฮิตอันดับแรกที่มักจะถามกัน แต่เท่าที่ผมคุยกับคุณแม่หลายคน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากมีเซ็กซ์เท่าไหร่ แต่ที่เป็นห่วงหรือกังวลมักจะเป็นเรื่องของสามีมากกว่า กลัวว่าถ้าไม่ให้มีเซ็กซ์แล้ว สามีอาจจะแอบไปหาอีหนู แต่ถ้าให้มีก็กลัวว่า จะเกิดอันตรายสารพัดทั้งต่อตัวแม่เองและลูกในท้อง</p>
<p>ความจริงแล้วขณะตั้งครรภ์คุณแม่สามารถมีเซ็กซ์ได้ตามปกติ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งใกล้คลอด จะมีแค่บางช่วงที่ควรลดการมีเซ็กซ์ลงบ้าง เช่น ตอนตั้งครรภ์ใหม่ ๆ เพราะคุณแม่ส่วนมากมักมีอาการแพ้ท้อง เวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย อีกช่วงหนึ่งที่ควรจะงดเว้นการมีเซ็กซ์ก็คือ ช่วงใกล้คลอดมากๆแล้ว เพราะช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะดูค่อนข้างอึดอัดอุ้ยอ้าย แค่นั่งหรือเดินตามปกติก็เหนื่อยแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ถ้ามามีเซ็กซ์ตอนนี้อาจจะทำให้เหนื่อยได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ การมีเซ็กซ์ตอนที่ใกล้คลอดอาจจะทำให้ถุงน้ำคร่ำที่ล้อมรอบตัวเด็กเกิดการแตกหรือรั่ว ทำให้มีน้ำคร่ำไหลออกมาก่อนเจ็บครรภ์คลอดได้ ซึ่งผลดังกล่าวจะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเข้าไปในโพรงมดลูกได้</p>
<p>มีเพียงคุณแม่อยู่บางคนเท่านั้นที่จำเป็นต้องงดการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไปเกือบตลอดช่วงการตั้งครรภ์ เช่น คุณแม่ที่เคยแท้งบุตร หรือคลอดก่อนกำหนดมาก่อน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาซ้ำได้ นอกจากนี้คุณแม่ที่มีภาวะรกเกาะต่ำก็ควรงดการมีเซ็กซ์โดยเด็ดขาด เพราะอาจไปกระตุ้นให้มีเลือดออกมากจนเป็นอันตรายได้</p>
<p>เวลามีเซ็กซ์จะเป็นอันตรายต่อลูกไหม?<br />
อยากให้คุณแม่ลองจินตนาการดูว่า ลูกที่อยู่ในท้องก็คล้ายกับก้อนหินที่อยู่ในลูกโป่งใส่น้ำแล้วยัดใส่เข้าไปในขวดอีกทีหนึ่ง และเจ้าขวดที่ว่าก็มีปากขวดที่ปิดและแข็งแรงพอควร เวลาที่มีเซ็กซ์กัน อวัยวะเพศของสามีอย่างมากก็จะไปโดนแค่บริเวณปากขวดเท่านั้น โอกาสที่ลูกในท้องจะได้รับอันตรายจึงน้อยมาก</p>
<p>เวลาถึงจุดสุดยอดลูกจะได้รับอันตรายไหม<br />
มีหลายคนเข้าใจถูกว่า เวลามีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไม่มีอันตรายต่อลูก แต่พอใกล้ถึงจุดสุดยอดนี่ มักจะมีการเกร็งกล้ามเนื้อและมดลูกอาจจะหดตัวได้ จึงกลัวว่าลูกจะได้รับอันตราย ขอตอบว่าข้อมูลทางการแพทย์ที่มีพบว่าไม่จริงครับ</p>
<p>การมีเซ็กซ์จะกระตุ้นให้เจ็บครรภ์คลอดไหม<br />
มีหลักฐานทางการแพทย์ว่า การที่อวัยวะเพศของผู้ชายไปกระแทกกับปากมดลูก รวมทั้งน้ำอสุจิที่มีการหลั่งขณะมีเซ็กซ์สามารถกระตุ้นให้ปากมดลูกสร้างสารเคมีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า พรอสตราแกลนดิน (Prostaglandins) เจ้าสารที่ว่านี้สามารถทำให้ปากมดลูกนุ่มขึ้นและกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวได้ อย่างไรก็ตาม สารที่สร้างขึ้นมานี้ก็ไม่ได้มากพอจนทำให้คุณแม่เจ็บครรภ์คลอดหรอกครับ ยกเว้นแต่คนที่ใกล้จะคลอดอยู่แล้วถึงอาจจะเจ็บครรภ์คลอดได้</p>
<p>เซ็กซ์ตอนท้องจะให้ความรู้สึกเหมือนตอนไม่ท้องหรือไม่<br />
เวลามีการตั้งครรภ์จะมีเลือดมาเลี้ยงที่อวัยวะต่าง ๆ มากขึ้นกว่าปกติ ทำให้มีการบวมเกิดขึ้น เคยลองสังเกตไหมว่า พอตั้งครรภ์ไปสักระยะหนึ่ง คุณแม่บางคนจะมีขาบวม หน้าบวม ที่บริเวณช่องคลอดก็บวมด้วย เพียงแต่สังเกตยากหน่อย</p>
<p>การที่อวัยวะสืบพันธุ์มีเลือดมาเลี้ยงมากและบวมขึ้น จะทำให้คุณแม่มีความรู้สึกทางเพศเร็วขึ้นและมากขึ้นเวลามีเซ็กซ์ ที่เต้านมก็เช่นกันถ้าได้แตะจะมีความรู้สึกไว นอกจากนี้ยังจะรู้สึกว่าช่องคลอดมีการหล่อลื่นดีกว่าตอนไม่ตั้งครรภ์เสียอีก เพราะคนท้องจะมีตกขาวมากกว่าคนปกติ</p>
<p>วิธีไหนดี</p>
<p>ในช่วงท้องอ่อนๆ จะมีวิธีและท่วงท่าต่างๆ ของการมีเซ็กซ์อย่างไรก็ได้ แต่เมื่อท้องแก่ขึ้น ขอให้เลือกวิธีที่อันตรายน้อยลงหน่อยก็แล้วกัน วิธีที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือ ท่าที่สามีต้องนอนกดทับหน้าท้องภรรยา เพราะอาจหายใจไม่ออกและเป็นอันตรายแก่เด็ก วิธีที่น่าจะดีกว่าคือ ให้คุณแม่อยู่ข้างบนครับ</p>
<p>สรุปการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์และสามีสามารถทำได้เหมือนภาวะปกติ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณแม่และลูกในครรภ์ จะมียกเว้นที่ไม่ควรมีเซ็กซ์กันก็บางกรณีที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อลูกในครรภ์หรือต่อตัวคุณแม่เองเท่านั้น สิ่งที่อยากจะย้ำอีกครั้งคือ ถ้าคุณแม่มีปัญหาเกี่ยวกับเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ขออย่าได้อายที่จะสอบถามกับคุณหมอที่ดูแลเลยครับ จะได้ไม่ต้องมาเข้าใจผิดหรือวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ โดยไม่จำเป็น ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการตั้งครรภ์และการมีเซ็กซ์ที่ถูกต้อง</p>
<p>ขอบคุณ<a href="http://heyhaparty.blogspot.com/">HeyhaParty</a></p>
<br />Posted in บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: คนท้องมีเซ็กซ์, ท้องมีเซ็กซ์, มีเซ็กซ์, เซ็กซ์ <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/202/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/202/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/202/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/202/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/202/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/202/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/202/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/202/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/202/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/202/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/202/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/202/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/202/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/202/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=202&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/pic28501.jpg?w=252" medium="image">
			<media:title type="html">pic28501</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;10 วิธีในการคลายความเครียด&#8221;</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/10-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/10-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 May 2009 10:08:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[ทำให้หายเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีคลายเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=194</guid>
		<description><![CDATA[1. ฟังเพลง หามุมสงบ นั่งปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟังเพลง เบา ๆ โดยเฉพาะเพลงจำพวก Meditation ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ทั้งเสียงของดนตรี บรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ จำพวกเสียงคลื่น..เสียงน้ำตก..เสียงนกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคื่นสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ เชียวล่ะ 2. ฉายเดี่ยวดูภาพยนตร์ ขอแนะนำให้ฉายเดี่ยวแล้วตีตั๋วดูหนังดีๆ สักรอบ เพราะการไปดูหนังเนี่ยเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้ ล่องลอยอย่างเป็นอิสระไม่จมอยู่กับปัญหา แถมระบายความอัดอั้นตันใจได้อย่างเห็นผล แต่ต้องถามตัวเองก่อนนะว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น ถ้าอยากร้องไห้ก็ไปดูหนังรักเศร้าเคล้าน้ำตาแล้วก็ร้องไห้ออกมาซะให้พอ หรือถ้าเครียดจัดก็จงไปดูหนังตลกแล้วหัวเราะให้หลุดโลกไปเลย 3. โทรหาเพื่อนรู้ใจ อย่าคิดว่าตัวเองจะแก้ปัญหาทุกปัญหาได้ดีไปซะหมด หัวใจสาวมั่นแม้จะแกร่งเพียงใดก็ยังต้องการที่พึ่งพิงเสมอ ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนรู้ใจสันคนแล้วระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ เพราะการมีคนรับฟังและให้คำปรึกษา จะทำให้ชีวิตที่เอียงกะเท่เร่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า ไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลกไงล่ะ 4. เขียนไดอารี่ การเขียนไดอารี่เปรียบเสมือนการเปิดประตูอารมณ์ที่ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ได้ไหลลงสู่หน้ากระดาษอย่างเป็นอิสระและเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะการถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขื้น อีกทั้งระหว่างการเขียนไดอารี่นั้นยังถือเป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดี ที่สุดด้วย ส่วนข้อดีสุดเลิศอีกข้อก็คือ ไดอารี่เป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุด เพราะรับฟังเราเสมอและไม่เคยเอาความลับไปบอกต่อไงล่ะ 5. พลังแห่งการสัมผัส ลองมองหาใครสักคนช่วยโอบกอดหรือสัมผัสเบา ๆ เวลารู้สึกเหนื่อยล้าดูสิ เพราะร่างกายคนเราเวลาถูกสัมผัสเนี่ย จะทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อ &#8220;อ๊อกซี่โทชิน&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=194&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color:#3333ff;"><img class="alignright size-medium wp-image-197" title="artwork20-1600x1200" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/artwork20-1600x1200.jpg?w=300&#038;h=225" alt="artwork20-1600x1200" width="300" height="225" />1. ฟังเพลง หามุมสงบ</span></strong><br />
นั่งปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟังเพลง เบา ๆ โดยเฉพาะเพลงจำพวก Meditation ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ทั้งเสียงของดนตรี บรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ จำพวกเสียงคลื่น..เสียงน้ำตก..เสียงนกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคื่นสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ เชียวล่ะ</p>
<p><strong><span style="color:#3333ff;">2. ฉายเดี่ยวดูภาพยนตร์</span></strong><br />
ขอแนะนำให้ฉายเดี่ยวแล้วตีตั๋วดูหนังดีๆ สักรอบ เพราะการไปดูหนังเนี่ยเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้ ล่องลอยอย่างเป็นอิสระไม่จมอยู่กับปัญหา แถมระบายความอัดอั้นตันใจได้อย่างเห็นผล แต่ต้องถามตัวเองก่อนนะว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น ถ้าอยากร้องไห้ก็ไปดูหนังรักเศร้าเคล้าน้ำตาแล้วก็ร้องไห้ออกมาซะให้พอ หรือถ้าเครียดจัดก็จงไปดูหนังตลกแล้วหัวเราะให้หลุดโลกไปเลย</p>
<p><strong><span style="color:#3333ff;">3. โทรหาเพื่อนรู้ใจ</span></strong><br />
อย่าคิดว่าตัวเองจะแก้ปัญหาทุกปัญหาได้ดีไปซะหมด หัวใจสาวมั่นแม้จะแกร่งเพียงใดก็ยังต้องการที่พึ่งพิงเสมอ ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนรู้ใจสันคนแล้วระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ เพราะการมีคนรับฟังและให้คำปรึกษา จะทำให้ชีวิตที่เอียงกะเท่เร่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า ไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลกไงล่ะ</p>
<p><strong><span style="color:#3333ff;">4. เขียนไดอารี่</span></strong><br />
การเขียนไดอารี่เปรียบเสมือนการเปิดประตูอารมณ์ที่ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ได้ไหลลงสู่หน้ากระดาษอย่างเป็นอิสระและเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะการถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขื้น อีกทั้งระหว่างการเขียนไดอารี่นั้นยังถือเป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดี ที่สุดด้วย ส่วนข้อดีสุดเลิศอีกข้อก็คือ ไดอารี่เป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุด เพราะรับฟังเราเสมอและไม่เคยเอาความลับไปบอกต่อไงล่ะ</p>
<p><strong><span style="color:#3333ff;">5. พลังแห่งการสัมผัส</span></strong><br />
ลองมองหาใครสักคนช่วยโอบกอดหรือสัมผัสเบา ๆ เวลารู้สึกเหนื่อยล้าดูสิ เพราะร่างกายคนเราเวลาถูกสัมผัสเนี่ย จะทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อ &#8220;อ๊อกซี่โทชิน&#8221; ซึ่งมีผลในการลดระดับความเหนื่อยและความเครียด ช่วยให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ</p>
<p><strong><span style="color:#3333ff;">6. สร้างอารมณ์ขัน</span></strong><br />
พยายามมองหาเพื่อนที่มีอารมณ์ขันช่วยกระตุ้นจิตใจที่แสนห่อเหี่ยวให้หัวเราะได้อีกครั้ง เพราะคนที่หัวเราะง่ายจะมีสุขภาพจิตที่ดี เนื่องจากการหัวเราะจะช่วยลดความดันโลหิตและระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลลง (ฮอร์โมนคอร์ติซอล = ฮอร์โมนแสดงความเหนื่อยล้าในกระแสเลือด) แถมยังช่วยเสริมสร้างระดับของ &#8220;อิมโมโนโกลบูลินเอ&#8221; ซึ่งเป็นสารแอนตี้บอดี้ที่สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกด้วยนะ เพราะฉะนั้นหัวเราะเข้าไว้ แล้วจะดีเอง</p>
<p><span style="color:#3333ff;"><strong>7. สูดกลิ่นหอม</strong></span><br />
รู้หรือเปล่าว่า&#8230;กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์มีผลในการช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว แถมยังกระตุ้นพลังงานในจิตใจได้เป็นอย่างดี เวลาเครียด ๆ ก็ลองสูดกลิ่นหอมของดอกไม้สิ อย่างกลิ่นกุหลาบ มะลิ ลาเวนเดอร์ หรือจะหยดน้ำมันหอมระเหยในน้ำอุ่นกำลังดี แล้วนอนแช่ตัวให้เพลินสักครึ่งชั่วโมงก็ได้ กลิ่นหอมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างบอกไม่ถูกเชียวล่ะ</p>
<p><strong><span style="color:#3333ff;">8. ไปตากอากาศ</span></strong><br />
หาเวลาหลบไปสูดอากาศบริสุทธิ์กับชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสักพัก สิ หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ปล่อยสมองให้ว่างที่สุด แล้วก็นอนให้มากที่สุดเท่าที่อยากจะนอน เพราะบางทีความรู้สึกเหนื่อยล้าและหดหู่แบบไม่ทราบสาเหตุเนี่ยมันมาจาก ชีวิตที่ยุ่งเหยิงจนเกินไป เพราะฉะนั้นหลบไปนอนตากน้ำค้างดูดาวเสียบ้าง หัวใจจะได้ชาร์จพลังได้ดีขึ้น</p>
<p><strong><span style="color:#3333ff;">9. หาสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน</span></strong><br />
ลองหาสัตว์เลี้ยงสักตัวมาเป็นเพื่อนเล่นก็ไม่ เลวนะ เพราะการให้เวลากับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด คุยเล่น หยอกล้อกับมันเสียบ้าง จะช่วยให้จิตใจอันแสนจะฟุ้งซ่าน สงบลงได้ แถมรู้จักการให้และมองโลกในแง่ดีมากขึ้นอีกต่างหาก ที่สำคัญยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วยนะ</p>
<p><span style="color:#3333ff;"><strong>10. จินตนาการแสนสุข</strong></span><br />
อีกทางเลือกสำหรับการบรรเทาความหดหู่ในส่วนลึก เป็นการดึงตัวเองออกจากโลกปัจจุบัน ทำได้โดยหลับตาแล้วหายใจลึก ๆ จากนั้นก็สร้างจินตนาการถึงความฝันที่วาดหวังเอาไว้ หรือแม้แต่ความหลังอันแสนสุขที่เคยมีการดึงความสุขจากจินตนาการมาใช้จะ ทำ ให้เกิดพลังสร้างสรรค์ในหัวใจ และยังช่วยสลายความเครียดข้างในได้เป็นอย่างดี ทำแบบนี้เงียบๆ สัก 5 นาที รับรองรู้สึกดีแบบทันตาเห็น</p>
<p>ขอบคุณ <a href="http://heyhaparty.blogspot.com/">HeyhaParty</a></p>
<br />Posted in บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: ความงาม, ความสุข, ความเครียด, ทำให้หายเครียด, วิธีคลายเครียด, สุขภาพ <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/194/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/194/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/194/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/194/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/194/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/194/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/194/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/194/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/194/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/194/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/194/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/194/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/194/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/194/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=194&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/10-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/artwork20-1600x1200.jpg?w=300" medium="image">
			<media:title type="html">artwork20-1600x1200</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ติดต่อผู้เขียน</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 May 2009 10:02:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[ติดต่อผู้เขียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=190</guid>
		<description><![CDATA[ติดต่อได้ตามนี้นะครรับ อีเมล์ vee2552@gmail.com Tel. 087-8791147 Posted in ติดต่อผู้เขียน<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=190&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-191" title="3605-906crazydonna-msnicons.com" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/3605-906crazydonna-msnicons-com.jpg?w=99&#038;h=99" alt="3605-906crazydonna-msnicons.com" width="99" height="99" />ติดต่อได้ตามนี้นะครรับ<br />
อีเมล์ <a href="mailto:vee2552@gmail.com">vee2552@gmail.com</a><br />
Tel. 087-8791147</p>
<br />Posted in ติดต่อผู้เขียน  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/190/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/190/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/190/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/190/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/190/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/190/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/190/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/190/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/190/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/190/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/190/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/190/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/190/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/190/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=190&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/12/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/3605-906crazydonna-msnicons-com.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">3605-906crazydonna-msnicons.com</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>-แคนาดาพบเชื้อหวัด H1N1 ในหมู-ยอดตายเม็กซิโกเพิ่มเป็น 19 ราย-</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/09/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-h1n1-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/09/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-h1n1-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 May 2009 09:58:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัยไข้เจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคร้าย]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดหมู]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดเม็กชิโก]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=181</guid>
		<description><![CDATA[เอเอฟพ/เอเจนซี – กระทรวงสาธารณสุขแคนาดา พบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอช1เอ็น1 ในเล้าหมูแห่งหนึ่ง ในรัฐแอลเบอร์ตา แต่ไม่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคหวัดดังกล่าวในเม็กซิโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาด ได้รับการยืนยันเพิ่มเป็น 19 รายแล้ว                สำนักงานตรวจตราอาหารแคนาดา เผยว่า เล้าหมูที่ติดเชื้อถูกกักกันไว้จนกว่าจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม แต่โอกาสที่หมูเหล่านั้นจะแพร่เชื้อไวรัสสู่มนุษย์นั้นมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น                “ความปลอดภัยของอุตสาหกรรมอาหารไม่ได้รับผลกระทบ และเนื้อหมูของแคนาดายังปลอดภัยในการบริโภคอยู่” หน่วยงานดังกล่าวย้ำ โดยเสริมว่า หมูที่ติดเชื้อนั้นบ้างหายจากอาการป่วย บ้างกำลังฟื้นตัวแล้ว                สำนักงานตรวจตราอาหาร ระบุว่า เล้าหมูในรัฐทางตะวันตกของแคนาดานี้ได้รับเชื้อไวรัสจากมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากเม็กซิโก และเป็นครั้งแรกที่มีรายงานการแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้จากมนุษย์ไปสู่หมูในแคนาดา                ทั้งนี้ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ไมได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเนื้อหมู ตามองค์กรอนามัยโลก และองค์กรอาหาร และเกษตรกรรมของยูเอ็น ซึ่งเตือนไม่ให้มีการวางข้อห้ามนำเข้าหมู หรือผลิตภัณฑ์จากหมู                ขณะนี้แคนาดามีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เอช1เอ็น1 ในมนุษย์แล้วมากกว่า 70 ราย โดยทุกคนล้วนเพิ่งเดินทางไปเม็กซิโก หรือติดจากผู้ที่อยู่ในประเทศละตินอเมริกาแห่งนี้                ขณะที่ โฮเซ อันเกิล กอร์โดบา รัฐมนตรีสาธารณสุขของเม็กซิโกเผยว่า จากการตรวจสอบในห้องทดลองพบว่าตั้งแต่วันศุกร์ (1) [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=181&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="Apple-style-span" style="font-family:tahoma;"><strong><img class="alignleft size-full wp-image-185" title="1346-287chwaza" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/1346-287chwaza.jpg?w=96&#038;h=91" alt="1346-287chwaza" width="96" height="91" />เอเอฟพ/เอเจนซี – กระทรวงสาธารณสุขแคนาดา พบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอช1เอ็น1 ในเล้าหมูแห่งหนึ่ง ในรัฐแอลเบอร์ตา แต่ไม่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคหวัดดังกล่าวในเม็กซิโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาด ได้รับการยืนยันเพิ่มเป็น 19 รายแล้ว</strong><br />
       <br />
       สำนักงานตรวจตราอาหารแคนาดา เผยว่า เล้าหมูที่ติดเชื้อถูกกักกันไว้จนกว่าจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม แต่โอกาสที่หมูเหล่านั้นจะแพร่เชื้อไวรัสสู่มนุษย์นั้นมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น<br />
       <br />
       “ความปลอดภัยของอุตสาหกรรมอาหารไม่ได้รับผลกระทบ และเนื้อหมูของแคนาดายังปลอดภัยในการบริโภคอยู่” หน่วยงานดังกล่าวย้ำ โดยเสริมว่า หมูที่ติดเชื้อนั้นบ้างหายจากอาการป่วย บ้างกำลังฟื้นตัวแล้ว<br />
       <br />
       สำนักงานตรวจตราอาหาร ระบุว่า เล้าหมูในรัฐทางตะวันตกของแคนาดานี้ได้รับเชื้อไวรัสจากมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากเม็กซิโก และเป็นครั้งแรกที่มีรายงานการแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้จากมนุษย์ไปสู่หมูในแคนาดา<br />
       <br />
       ทั้งนี้ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ไมได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเนื้อหมู ตามองค์กรอนามัยโลก และองค์กรอาหาร และเกษตรกรรมของยูเอ็น ซึ่งเตือนไม่ให้มีการวางข้อห้ามนำเข้าหมู หรือผลิตภัณฑ์จากหมู<br />
       <br />
       ขณะนี้แคนาดามีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เอช1เอ็น1 ในมนุษย์แล้วมากกว่า 70 ราย โดยทุกคนล้วนเพิ่งเดินทางไปเม็กซิโก หรือติดจากผู้ที่อยู่ในประเทศละตินอเมริกาแห่งนี้<br />
       <br />
       ขณะที่ โฮเซ อันเกิล กอร์โดบา รัฐมนตรีสาธารณสุขของเม็กซิโกเผยว่า จากการตรวจสอบในห้องทดลองพบว่าตั้งแต่วันศุกร์ (1) ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดเอช1เอ็น1 นี้เพิ่มอีก 3 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันอยู่ที่ 19 ราย ขณะที่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อก็เพิ่มจาก 427 คน เป็น 454 คนแล้ว<br />
       <br />
       กอร์โดบา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยระบุว่า โรคระบาดครั้งนี้อยู่ในระยะคงที่แล้ว แนะว่า ไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวร้ายแรงน้อยกว่าที่เกรงกลัวกันในตอนแรก เนื่องจากพบผู้ป่วยอาการสาหัสน้อยลง และอัตราการเสียชีวิตก็ลดลงด้วย<br />
       <br />
       เม็กซิโกเป็นศูนย์กลางการเกิดโรคระบาด ซึ่งแพร่ไปสู่ 18 ประเทศ และทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 100 คน โดยยังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด<br />
       <br />
       ด้านองค์กรอนามัยโลกประกาศ ว่า มี 16 ประเทศที่รายงานผู้ป่วยจากการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่เอ เอช1เอ็น1 อย่างเป็นทางการ 658 ราย โดยแบ่งเป็นผู้เสียชีวิตในเม็กซิโก 19 ราย สหรัฐฯ 1 ราย และผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว ได้แก่<br />
       เม็กซิโก 454 คน<br />
       สหรัฐฯ 159 คน<br />
       แคนาดา 85 คน<br />
       สเปน 20 คน<br />
       อังกฤษ 15 คน<br />
       เยอรมนี 6 คน<br />
       นิวซีแลนด์ 4 คน<br />
       อิสราเอล 3 คน<br />
       ฝรั่งเศส 2 คน<br />
       ออสเตรีย 1 คน<br />
       ฮ่องกง 1 คน<br />
       คอสตาริกา 1 คน<br />
       เดนมาร์ก 1 คน<br />
       อิตาลี 1 คน<br />
       เนเธอร์แลนด์ 1 คน<br />
       เกาหลีใต้ 1 คน<br />
       และสวิตเซอร์แลนด์ 1 คน<br />
       <br />
       สำหรับประเทศที่ห้ามการนำเข้าเนื้อหมูบางส่วน หรือทั้งหมด ได้แก่ บาห์เรน เบลารุส ชาด จีน โครเอเชีย เอกวาดอร์ แกบอน อินโดนีเซีย คาซักสถาน มาซิเนีย มอนเตเนโกร ฟิลิปปินส์ เลบานอน รัสเซีย เซอร์เบีย เกาหลีใต้ ไทย ยูเครน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์<br />
       <br />
       ส่วนประเทศที่ระงับเที่ยวบิน ที่เดินทางจากเม็กซิโก ได้แก่ อาร์เจนตินา คิวบา จีน และเปรู ส่งผลให้รัฐบาลเม็กซิกันประกาศเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีนด้วย<br />
</span></p>
<div><span class="Apple-style-span" style="font-family:tahoma;"><br />
</span></div>
<div><span class="Apple-style-span" style="font-family:tahoma;">ที่มา: เว็บเมเนเจอร์</span></div>
<br />Posted in บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู, โรคภัยไข้เจ็บ, โรคร้าย, ไข้หวัดหมู, ไข้หวัดเม็กชิโก, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/181/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/181/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/181/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/181/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/181/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/181/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/181/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/181/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/181/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/181/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/181/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/181/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/181/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/181/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=181&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/09/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-h1n1-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/1346-287chwaza.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">1346-287chwaza</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009&#8243;</title>
		<link>http://vee147.wordpress.com/2009/05/09/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://vee147.wordpress.com/2009/05/09/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 May 2009 04:32:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vee147</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สายพันธุ์ H1N1]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัยไข้เจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคร้าย]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดหมู]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดเม็กชิโก]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vee147.wordpress.com/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[ชื่อเรียกเดิม &#8220;ไข้หวัดหมู&#8221;  &#8220;ไข้หวัดเม็กชิโก&#8221;  &#8220;ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กชิโก&#8221; เรามาทำความรู้จักกันครับ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร  และข่าวล่าสุด &#8220;ญี่ปุ่น&#8221; มีผู้ติดเชื้อแล้ว 2 คนครับ ภายหลังข่าวที่มีรายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่และปอดบวมในประเทศเม็กซิโก ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2552 และทวีความรุนแรงมากขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา จนมีผู้ป่วยรวม 854 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 59 ราย ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างผู้ป่วยรวม 50 ราย ส่งตรวจพบว่า 17 ราย เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ที่ต้องตกตะลึง คือ เชื้อมฤตยูนี้เป็นไข้หวัดสายพันธุ์ของคน โดยมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ในหมูผสมอยู่ด้วย                แน่นอนว่า รายงานชิ้นดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนทั้งโลก วันนี้จึงควรมาทำความรู้จักกับเจ้าเชื้อ “ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ H1N1” หรือ “เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู” กัน&#8230;           ** รู้จักหวัดหมูพันธุ์ใหม่                ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้รายละเอียดว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=169&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ชื่อเรียกเดิม &#8220;ไข้หวัดหมู&#8221;  &#8220;ไข้หวัดเม็กชิโก&#8221;  &#8220;ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กชิโก&#8221;</p>
<p>เรามาทำความรู้จักกันครับ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร  และข่าวล่าสุด &#8220;ญี่ปุ่น&#8221; มีผู้ติดเชื้อแล้ว 2 คนครับ<img class="alignleft size-medium wp-image-172" title="103" src="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/103.jpg?w=300&#038;h=211" alt="103" width="300" height="211" /></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline"><strong><span style="color:#006666;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">ภายหลังข่าวที่มีรายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่และปอดบวมในประเทศเม็กซิโก ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2552 และทวีความรุนแรงมากขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา จนมีผู้ป่วยรวม 854 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 59 ราย ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างผู้ป่วยรวม 50 ราย ส่งตรวจพบว่า 17 ราย เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ที่ต้องตกตะลึง คือ เชื้อมฤตยูนี้เป็นไข้หวัดสายพันธุ์ของคน โดยมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ในหมูผสมอยู่ด้วย<br />
       </span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       แน่นอนว่า รายงานชิ้นดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนทั้งโลก วันนี้จึงควรมาทำความรู้จักกับเจ้าเชื้อ “ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ H1N1” หรือ </span></span></span><strong><span style="color:#ff0000;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">“เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู”</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> กัน&#8230;   </p>
<p></span></span></span></td>
</tr>
<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">       </span></span></span><span style="color:#000066;"><strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">** รู้จักหวัดหมูพันธุ์ใหม่</span></span></span></strong></span><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       <br />
       </span></span></span><strong><span style="color:#0000ff;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้รายละเอียดว่า ไข้หวัดใหญ่ที่พบในคนตามฤดูกาลส่วนมากจะเป็น สายพันธุ์ H1N1 และ H3N2 ซึ่งมีการกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงทำให้ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ วัคซีนที่ใช้ในการป้องกันทุกปี และต้องมีการฉีดวัคซีนประจำปีที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสที่จะมีการระบาด ก็จะสามารถป้องกันโรคได้<br />
       <br />
       อย่างเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ก็จัดเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A ซึ่งระบาดอยู่ในสัตว์ปีก และสามารถติดเชื้อข้ามสายพันธุ์มายังมนุษย์ได้ แต่ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เป็นสายพันธุ์รุนแรงที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ<br />
       <br />
       สำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดหมูนั้น ก็เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A เช่นกัน พบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ในปัจจุบันที่พบบ่อยรวมทั้งในประเทศไทย จะเป็นสายพันธุ์ H1N1, H1N2 และ H3N2 ซึ่งลักษณะสายพันธุ์ไม่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ในมนุษย์ มีรายงานน้อยมากที่จะข้ามมายังมนุษย์<br />
       <br />
       </span></span></span><strong><span style="color:#ff0000;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">“ในส่วนการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู ที่พบในประเทศเม็กซิโก และอเมริกานั้น เป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนในมนุษย์ เป็นสายพันธุ์ที่มีชิ้นส่วนของพันธุกรรมเกิดจากการผสมผสานของไข้หวัดหมู ที่เคยมีรายงานในอเมริกา หรือ ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งชิ้นส่วนพันธุกรรมของไข้หวัดที่เคยรายงานไว้ในอเมริกาเหนือ จึงถือได้ว่าเป็น “ไวรัสสายพันธุ์ใหม่” และเมื่อดูองค์ประกอบเปรียบเทียบกับวัคซีน H1N1 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีความคล้ายคลึงกันไม่ถึง 80% &#8230;บ่งชี้ให้เห็นว่า การป้องกันด้วยวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันก็ไม่น่าจะได้ผล อย่างไรก็ตาม ไวรัสดังกล่าวยังคงตอบสนองต่อยาต้านไวรัส ได้แก่ Oseltamivir (Tamiflu) และ Zanamivir แต่สามารถดื้อต่อ ยา Amantadine ได้เช่นกัน”</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> ศ.นพ.ยง ขยายความ<br />
       <br />
       </span></span></span><span style="color:#000066;"><strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">** การแพร่เชื้อ อาการ</span></span></span></strong></span><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       <br />
       กับคำถามที่ว่าการแพร่เชื้อนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วหากกินหมูจะติดโรคหรือไม่นั้น </span></span></span><strong><span style="color:#0000ff;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป คือ</span></span></span><strong><span style="color:#ff0000;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">เชื้อนั้นจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       <br />
       </span></span></span><strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าผู้บริโภคทั้งหลายหายกังวลได้เปลาะหนึ่ง คือ เชื้อนี้ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู!!!</span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       <br />
       </span></span></span><strong><span style="color:#ff0000;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">สำหรับอาการที่เกิดขึ้นนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก </span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">นอกจากนี้ในบุคคลที่ร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หากติดเชื้อจะทำให้มีอาการที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการคล้ายจะเป็นหวัด มีไข้สูง ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์ทำการวินิจฉัย รักษา และควบคุมโรคต่อไป<br />
       <br />
       </span></span></span><strong><span style="color:#ff0000;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">“หากป่วยและมีอาการ ควรสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด ประชาชนทั่วไปควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัก ผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อยๆ”</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> นพ.ปราชญ์ เสริม<br />
</span></span></span><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><span style="color:#000066;"><strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">** เตรียมพร้อมรับมือโรคพันธุ์ใหม่</span></span></span></strong></span><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       <br />
       ด้านการเตรียมการ ป้องกันเฝ้าระวังโรคนั้น ได้รับคำยืนยันจาก </span></span></span><strong><span style="color:#0000ff;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">นายวิทยา แก้วภราดัย</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">รมว.กระทรวงสาธารณสุข ไปแล้วว่า </span></span></span><strong><span style="color:#ff0000;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">ในไทยยังไม่พบเชื้อไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในประเทศเม็กซิโก</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> แต่ทั้งนี้ก็ได้สั่งการให้สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการเฝ้าระวังโรค รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย การเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ ตลอดจนการเดินทางระหว่างประเทศ โดยประสานงานกับองค์การอนามัยโลกและศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา อย่างใกล้ชิดด้วย<br />
       <br />
       </span></span></span><strong><span style="color:#0000ff;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">นพ.ไพจิตร์ วราชิต</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฎิบัติ การควบคุมโรคอุบัติใหม่กระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำด้วยว่า ได้จัดเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวังป้องกันของไทยขั้นสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่คนไทย จะไม่ป่วยจากโรคดังกล่าว ซึ่ง “ขณะนี้โรคนี้ยังไม่มีการระบาดสู่ไทย” แต่ถึงอย่างไรก็ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์โรคนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งการป้องกันเฝ้าระวัง ทุกจุดผ่านแดน และความพร้อมของสถานบริการเพื่อการรักษา<br />
       <br />
       </span></span></span><strong></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       </span></span></span><strong><span style="color:#000066;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">** ด่านสกัดตั้งแต่ประตูสู่ประเทศ</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       <br />
       </span></span></span><strong><span style="color:#0000ff;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับผู้แทนองค์การอนามัยโลก เมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก ยังไม่ได้ประกาศให้การระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 4 ซึ่งหมายถึงการระบาดใหญ่ แต่ยังเป็นแค่ระดับ 3 คือ ให้เน้นเรื่องของการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดในแต่ละพื้นที่เท่านั้น<br />
       <br />
       ในส่วนของประเทศไทยได้สั่งการให้ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ </span></span></span><strong><span style="color:#ff0000;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">เตรียมพร้อมในการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ “เทอร์โมสแกนเนอร์” บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติโดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"> ในจุดที่มีเครื่องบิน หรือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดคือเม็กซิโก และบางส่วนของสหรัฐอเมริกา พร้อมแจกเอกสารคำเตือนด้านสาธารณสุข (Health Card) แก่ผู้ที่จะเดินทางเข้าและออกนอกประเทศ ในส่วนของคนไทยได้เตือนให้งดการเดินทางไปประเทศเม็กซิโกและบางรัฐของสหรัฐอเมริกา เช่น แคลิฟอร์เนีย เทกซัส ที่มีการระบาดของโรคในขณะนี้ รวมทั้งให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขึ้นที่กรมควบคุมโรค และหากมีความจำเป็นอาจจะต้องเปิดศูนย์ปฏิบัติการในระดับกระทรวง เพื่อเป็นวอร์รูมในการติดตาสถานการณ์และเฝ้าระวังการระบาดของโรคอย่างใกล้ชิดต่อไป<br />
       <br />
       </span></span></span><span style="color:#000066;"><strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">** กินหมูได้ไม่ติดโรค!!</span></span></span></strong></span><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
       <br />
       </span></span></span><strong><span style="color:#ff0000;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">“ข่าวการระบาดของโรคนี้ อาจทำให้ประชาชนไทยเกิดความวิตก กลัวติดเชื้อ และไม่กล้ากินเนื้อหมู จึงขอให้ข้อมูลว่า โรคระบาดดังกล่าวไม่ใช่โรคที่ติดจากการรับประทานหมู แต่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่มีสารพันธุกรรมของหมูและคนผสมกัน เป็นการกลายพันธุ์ของเชื้อในตัวคน ติดต่อจากคนสู่คนไม่ใช่จากหมูมาสู่คน ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกให้คำแนะนำว่า ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดบวมอย่างใกล้ชิด”</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว<br />
       <br />
       ทั้งนี้ นพ.มล.สมชาย บอกย้ำความมั่นใจด้วยว่า </span></span></span><strong><span style="color:#996600;"><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">กรมควบคุมโรคได้จัดเตรียมยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่สามารถรักษาโรคนี้ได้ ซึ่งมีเพียงพออยู่แล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเม็กซิโก แต่เชื้อนี้มียาต้านไวรัสที่รักษาได้ นอกจากนี้ ไทยยังมีระบบที่ใช้ตลอดปี คือ การเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวมเพื่อคัดกรองหาโรคไข้หวัดนก ซึ่งปกติไข้หวัดใหญ่ในคนจะพบเชื้อ H3N2 มากกว่า H1N1 อยู่แล้ว การเฝ้าระวังจึงสามารถเพิ่มเติมรองรับใช้กับโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ได้</span></span></span></span></strong><span class="Apple-style-span"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
</span></span></span><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;"><br />
</span></span></span></span></span></p>
<div><span class="Apple-style-span" style="font-family:tahoma;"><span class="Apple-style-span" style="font-family:verdana;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:small;">ที่มา: เว็บเมเนเจอร์<br />
</span></span></span></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<br />Posted in บทความเพื่อสุขภาพ Tagged: สายพันธุ์ H1N1, เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู, โรคภัยไข้เจ็บ, โรคร้าย, ไข้หวัดหมู, ไข้หวัดเม็กชิโก, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/vee147.wordpress.com/169/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/vee147.wordpress.com/169/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/vee147.wordpress.com/169/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/vee147.wordpress.com/169/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/vee147.wordpress.com/169/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/vee147.wordpress.com/169/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/vee147.wordpress.com/169/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/vee147.wordpress.com/169/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/vee147.wordpress.com/169/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/vee147.wordpress.com/169/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/vee147.wordpress.com/169/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/vee147.wordpress.com/169/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/vee147.wordpress.com/169/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/vee147.wordpress.com/169/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=vee147.wordpress.com&amp;blog=7575346&amp;post=169&amp;subd=vee147&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://vee147.wordpress.com/2009/05/09/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a491c57b922345f0d2f577a1d2129868?s=96&#38;d=&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vee147</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://vee147.files.wordpress.com/2009/05/103.jpg?w=300" medium="image">
			<media:title type="html">103</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
